tavirak11

 

นายทวีรักษ์  เอียดฤทธิ์

นายกเทศมนตรี

patchari2

 

นางพัชรี  ทองพันชั่ง

ปลัดเทศบาล

ผลการดำเนินงาน

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม....

079026
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม 22/3/2559
272
353
965
75997
3282
7840
79026

Your IP: 18.212.93.234
Server Time: 2018-12-11 14:27:58

 

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต ๔ ปี

พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔

เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง  อำเภอตะโหมด   จังหวัดพัทลุง

 

 

บทนำ

 

๑. การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดทุจริตในองค์กร

 

                 การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบ่งชี้ความเสี่ยงของการทุจริตที่มีอยู่ในองค์กรโดยการประเมินโอกาสการทุจริตที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต เพื่อพิจารณาว่าการควบคุมและการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่

 

                การทุจริตในระดับท้องถิ่น พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของทุจริตในระดับท้องถิ่น ได้แก่ การกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าโดยหลักการแล้วการกระจายอำนาจมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้บริการต่างๆของรัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติทำให้แนวโน้มของการทุจริตในท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

 

                 ลักษณะการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกเป็น ๗ ประเภท ดังนี้

 

๑)      การทุจริตด้านงบประมาณ การทำบัญชี การจัดซื้อ จัดจ้าง และการเงินการคลัง ส่วนใหญ่เกิดจากการละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

๒)      สภาพหรือปัญหาที่เกิดจากตัวบุคคล

 

๓)      สภาพการทุจริตอันเกิดจากช่องว่างของกฎระเบียบและกฎหมาย

 

๔)      สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดคุณธรรมจริยธรรม

 

๕)      สภาพหรือลักษณะปัญหาที่เกิดจากการขาดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

 

๖)      สภาพหรือลักษณะของปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการตรวจสอบ ขาดความหลากหลายในการตรวจสอบชองภาคส่วนต่างๆ

 

๗)      สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจาก อำนาจ บารมี และอิทธิพลท้องถิ่น

 

                สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสรุปประเด็นได้   ดังนี้

 

                  ๑) โอกาส แม้ว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแต่พบว่า ยังคงมีช่องว่างที่ทำให้เกิดโอกาสของการทุจริต ซึ่งโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการบังคับใช้ กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง กฎหมาย กฎระเบียบไม่รัดกุม และอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงก็เป็นอีก โอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริต

 

                 ๒) สิ่งจูงใจ เป็นที่ยอมรับว่าสภาวะทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม สังคมทุนนิยม ทำให้คน ในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การสร้างความร่ำรวย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มที่จะทำพฤติกรรมการ ทุจริตมากยิ่งขึ้น

 

                   ๓) การขาดกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใส การทุจริตในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการทุจริตในเชิงนโยบายที่ทำให้การทุจริตกลายเป็นความชอบธรรมในสายตาของประชาชน ขาด กลไกการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตของ บุคคลเหล่านี้

 

                  ๔) การผูกขาด ในบางกรณีการดำเนินงานของภาครัฐ ได้แก่ การจัดซื้อ-จัดจ้าง เป็นเรื่องของการ ผูกขาด ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ในบางครั้งพบบริษัทมีการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิในการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ รูปแบบของการผูกขาด ได้แก่ การ ผูกขาดในโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

 

                               ) การได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ความไม่พอถือเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทําให้ข้าราชการมีพฤติกรรมการทุจริต เพราะความต้องการที่จะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทําให้เจ้าหน้าที่ ต้องแสวงหาช่องทางเพื่อเพิ่ม “รายได้พิเศษ” ให้กับตนเองและครอบครัว

 

         ๖) การขาดจริยธรรม คุณธรรม ในสมัยโบราณ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่ได้รับการเน้นเป็น พิเศษถือว่าเป็นเครื่องวัดความดีของคน แต่ในปัจจุบัน พบว่า คนมีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวบาป น้อยลง และมีความเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น มองแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะยึดผลประโยชน์ ส่วนรวม

 

         ๗) มีค่านิยมที่ผิด ปัจจุบันค่านิยมของสังคมได้เปลี่ยนจากยกย่องคนดี คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น ยกย่องคนที่มีเงิน คนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีค่านิยมที่ผิด เห็นว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นคนซื่อเป็นคนเซ่อ เห็นคนโกงเป็นคนฉลาด ย่อมจะทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยไม่มีความละอายต่อบุญและบาป และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง


๒.หลักการเหตุผล

 

              ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรง และสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เป็นปัญหา ลําดับต้น ๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นทุกภาคส่วน ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาคราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักถูกมองจาก ภายนอกสังคมว่าเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นและมักจะปรากฏข่าวการทุจริตตามสื่อและรายงาน ของทางราชการอยู่เสมอ ซึ่งได้ส่งผลสะเทือนต่อกระแสการกระจายอำนาจและความศรัทธาต่อระบบการ ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นมีผลในเชิงลบ สอดคล้องกับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index – CPI) ซึ่งเป็น เครื่องมือที่ใช้ประเมินการทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – IT) พบว่า ผลคะแนนของประเทศไทยระหว่างปี 2555 – 2558 อยู่ที่ 35 - 38 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 100 โดยในปี 2558 อยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในประเทศ อาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย และล่าสุดพบว่าผลคะแนนของประเทศไทยปี 2559 ลดลง 3 คะแนน จากปี 2558 ได้ลําดับที่ 101 จาก 168 ประเทศ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชั่นอยู่ในระดับสูง แม้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการป้องกัน การทุจริต ไม่ว่าจะเป็น การเป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention Against Corruption-UNCAC) พ.ศ. 2546 การจัดตั้งองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้ว 3 ฉบับ แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยไม่ได้มีแนวโน้ม ที่ลดน้อยถอยลง สาเหตุที่ทำให้การทุจริตเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยประกอบด้วยปัจจัยทางด้านพื้นฐาน โครงสร้างสังคม ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แนวดิ่ง (Vertical Relation) หรืออีกนัยหนึ่งคือ พื้นฐานของสังคมอุปถัมภ์ที่ทําให้สังคมไทยยึดติดกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในหมู่ญาติพี่น้องและ พวกพ้อง ยึดติดกับกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ติดความสบาย ยกย่องคนที่มีเงินและมีอํานาจ คนไทยบางส่วน มองว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต หรือกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวัฒนธรรมไทยไปแล้ว ผนวกกับปัจจัยทางด้านการทํางานที่ไม่ได้ บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน จึงส่งผลให้การทำงานของกลไกหรือความพยายามที่ได้กล่าวมา ข้างต้นไม่สามารถทําได้อย่างเต็มศักยภาพ ขาดความเข้มแข็ง

 

                      ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ใช้อยู่เป็นฉบับที่ 3 เริ่มจากปี พ.ศ. 2560 จนถึงปี พ.ศ. 2564 ซึ่งมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม เป็นสังคมมิติใหม่ ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชน ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีและ เกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งการที่ระดับคะแนนจะ สูงขึ้นได้นั้น การบริหารงานภาครัฐต้องมีระดับธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องมี พฤติกรรมแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตประพฤติมิชอบ โดยได้กำหนด ยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 3 สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 5 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index: CPI)

 

                      ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังเกิดผลเป็น รูปธรรมในทางปฏิบัติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะ ที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหาร จัดการที่มีความโปร่งใส สร้างค่านิยม วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืนจึงได้ดำเนินการจัดทำ แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านโครงการ/กิจกรรม/มาตรการต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อันจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมี ประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างแท้จริง เทศบาลตำบลหนองสรวง  จึงได้จัดแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตเพื่อเป็นมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา การทุจริตประพฤติมิชอบภาครัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการป้องกันการทุจริตของเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นให้การดำเนินการป้องกันการทุจริตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบราชการที่มีความโปร่งใส จัดระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ความคุ้มค่า เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและสนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วม ในการรณรงค์ และปลูกจิตสานึกค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

 

                เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการพัฒนาคุณธรรมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันการทุจริต ๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔) เพื่อเป็นแผนปฏิบัติการในการดำเนินการเรื่องโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Integrity and Transparency Assessment-ITA) อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ให้สามารถทำงานด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม โดยประชาชนมีส่วนร่วม สามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรับผิดชอบ ตลอดจนสามารถตรวจสอบได้

 

. วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน

 

                 ๑) เพื่อยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น

 

                 ๒) เพื่อยกระดับจิตสำนึกรับผิดชอบในผลประโยชน์ของสาธารณะของข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงประชาชนในท้องถิ่น

 

                  ๓) เพื่อให้การบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance)

 

                  ๔) เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม (people's participation) และตรวจสอบ (People’s audit) ของภาคประชาชนในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

                 ๕) เพื่อพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


. เป้าหมาย 

                  ๑) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึง ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนท้องถิ่นปราศจากการก่อให้เกิดข้อสงสัยในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรการจริยธรรม การขัดกัน แห่งผลประโยชน์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 

                  ๒) เครื่องมือ/มาตรการการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติ มิชอบ ของข้าราชการ 

                  ๓) โครงการ/กิจกรรม/มาตรการที่สนับสนุนให้สาธารณะและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและ ตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

                  ๔) กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นที่มีเข้มแข็งในการตรวจสอบ ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างเหมาะสม 

                  ๕) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน


. ประโยชน์ของการจัดทำแผน 

                  ๑) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึง ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักท้องถิ่นของตนเอง อันจะนำมาซึ่งการสร้างค่านิยม และอุดมการณ์ในการ ต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption) จากการปลูกฝังหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล รวมถึงหลัก เศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน 

                  ๒) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารราชการเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ 

                  ๓) ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจรวมถึงร่วมตรวจสอบในฐานะพลเมืองที่ มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต 

                  ๔) สามารถพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต 

                  ๕) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้าน การป้องกันการทุจริต อันจะส่งผลให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจและให้ความร่วมมือกันเป็น เครือข่ายในการเฝ้าระวังการทุจริตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน


 

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ. 25๖๑ – 25๖๔)

ของ เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง

มิติที่ ๑ การสร้าง
สังคมที่ไม่ทนต่อ
การทุจริต

ภารกิจตามมิติ

โครงการ/ กิจกรรม/ มาตรการ

ปีงบประมาณ

หมายเหตุ

๒๕๖๑

๒๕๖๒

๒๕๖๓

๒๕๖๔

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

1.๑ การสร้างจิตสํานึกและความตระหนักแก่บุคลากรทั้งข้าราชการ
การเมืองฝ่ายบริหารข้าราชการการเมือง
ฝ่ายสภาท้องถิ่น และ
ฝ่ายประจําขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๑. มาตรการการบริหารงาน ตามหลักธรรมาภิบาล

ไม่ใช้งบประมาณ

๒. มาตรการการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรม

 

 

 

 

 

.มาตรการประชุมประจำเดือนเสริมคุณธรรม

ไม่ใช้งบประมาณ

๔ .โครงการส่งเสริม คุณธรรมและจริยธรรมในการ ป้องกันการทุจริต

ไม่ใช้งบประมาณ

๕.โครงการฝึกอบรม คุณธรรม จริยธรรม แก่ ผู้บริหาร สมาชิกสภา และ พนักงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

 

๖. มาตรการ “ส่งเสริม การปฏิบัติงานตามประมวล จริยธรรมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

ไม่ใช้งบประมาณ

๗.มาตรการ “เสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน การต่อต้านการทุจริต”

ไม่ใช้งบประมาณ

๘.โครงการเสริมสร้าง ความซื่อสัตย์ สุจริต และ ปลูกฝังทัศนคติ วัฒนธรรมที่ดี ในการต่อต้านการทุจริต

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

๙.กิจกรรมให้ความรู้ เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ให้กับบุคลากรขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

 

ไม่ใช้งบประมาณ

๑๑. มาตรการ “ปลูกฝัง องค์ความรู้ให้มีความเข้าใจ เกี่ยวกับ Conflict of Interest”

ไม่ใช้งบประมาณ

1.2 การสร้าง
จิตสํานึกและความ
ตระหนักแก่
ประชาชนทุกภาค
ส่วนในท้องถิ่น

1) ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สี เขียว ลดภาวะโลกร้อน ในเขต พื้นที่ขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

2) โครงการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยว พัฒนา และปรับปรุงภูมิทัศน์ ในชุมชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

3) โครงการปลูกผักริมรั้ว

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

4) โครงการสร้างอาชีพ สร้าง รายได้ ตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียง

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

1.3 การสร้าง
จิตสํานึกและความ
ตระหนักแก่เด็กและ
เยาวชน

1) โครงการค่ายทักษะชีวิตเด็กเยาวชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

2) โครงการสภาเด็กและเยาวชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

3) โครงการอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

4) โครงการอบรมจริยธรรมเสาร์ -อาทิตย์

,๐๐๐

,๐๐๐

,๐๐๐

,๐๐๐

 

5) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทาง สังคมให้เด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กิจกรรม “โตไปไม่โกง”)

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

6) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทาง สังคมให้เด็กและเยาวชนตําบลหนองสรวง (กิจกรรม “ส่งเสริมการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”)

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

 


 
  

ส่วนที่ ๒ 

 

ในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนานั้น จะต้องติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนว่า มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน ยุทธศาสตร์ประเทศ ค่านิยมหลักของคนไทย นโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์และนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล แผนชุมชน แผนเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ) วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา แนวทางการการพัฒนา นโยบายผุ้บริหาร รวมทั้งปัญหา ความต้องการของประชาคมและชุมชน โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

 

๑. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒

เนื่องด้วยในการจัดทำแผนพัฒนาจะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ทั้งนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙)ได้สิ้นสุดลงและการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ อยู่ระหว่างการดำเนินการและยังไม่ประกาศใช้ แต่ได้กำหนดทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๑๒เอาไว้แล้ว ซึ่งทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๑๒มีรายละเอียดดังนี้

  • กรอบแนวคิดและหลักการ

ในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ประเทศไทยจะยังคงประสบสภาวะแวดล้อมและบริบทของการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศอาทิกระแสการเปิดเศรษฐกิจเสรีความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ๆการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงประกอบกับสภาวการณ์ด้านต่างๆทั้งเศรษฐกิจสังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศในปัจจุบันที่ยังคงประสบปัญหาในหลายด้านเช่นปัญหาผลิตภาพการผลิตความสามารถในการแข่งขันคุณภาพการศึกษาความเหลื่อมล้ำทางสังคมเป็นต้นทำให้การพัฒนาในช่วงแผนพัฒนาฯฉบับที่๑๒จึงจำเป็นต้องยึดกรอบแนวคิดและหลักการในการวางแผนที่สำคัญดังนี้

(๑) การน้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

(๒) คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม

(๓) การสนับสนุนและส่งเสริมแนวคิดการปฏิรูปประเทศและ

(๔) การพัฒนาสู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

โดยมีแนวทางการพัฒนา ดังนี้

๑) การยกระดับศักยภาพการแข่งขันและการหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่รายได้สูง

๒) การพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัยและการปฏิรูประบบเพื่อสร้างสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

๓) การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

๔) การรองรับการเชื่อมโยงภูมิภาคและความเป็นเมือง

๕) การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

๖) การบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ

 

๒. แผนการบริหารราชการแผ่นดิน

รัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาการเมืองของประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถปกครองตนเอง และพิทักษ์สิทธิของตนได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใส และขจัดการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ดังนี้

          นโยบายที่ ๑ นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก                     

          นโยบายที่ ๒ นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ                              

          นโยบายที่ ๓ เศรษฐกิจ                              

          นโยบายที่ ๔ นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต                                   

          นโยบายที่ ๕ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม                                  

นโยบายที่ ๖ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม

          นโยบายที่ ๗ การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ                            

นโยบายที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

         

๓. ยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy)

ยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) จัดทำขึ้นจากการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวหน้าระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า วาระพิเศษ เมื่อวันที่ ๑๓ตุลาคม ๒๕๕๕ณ โรงแรมเชอราตันพัทยา จังหวัดเพื่อร่วมกันวางยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ เป้าหมายและแนวทางในการทำงานร่วมกันในปีงบ๒๕๕๖และเป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณปี ๒๕๕๗ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับภาพรวมของการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเดิมประกอบด้วย๔ยุทธศาสตร์ ๒๘ประเด็นหลัก๕๖แนวทางการดำเนินการรวมทั้งได้มีการบูรณาการร่วมกับยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Strategy) จากการประชุมเชิงปฏิบัติการการเข้าสู่ประชาอาเซียนปี๒๕๕๘ครั้งที่๒เมื่อวันที่๒๔ตุลาคม๒๕๕๕ณห้องประชุม๕๐๑ตึกบัญชาการทำเนียบเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งเดิมประกอบด้วย๘ยุทธศาสตร์โดยหลังจากการบูรณาการเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ประกอบด้วย๔ยุทธศาสตร์๓๐ประเด็นหลัก๗๙แนวทางการดำเนินการ เพื่อเป็นกรอบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗โดยมี รายละเอียดดังนี้

 

วิสัยทัศน์

“ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน คนไทยอยู่ดีกินดี มีสุขและเป็นธรรม”

หลักการของยุทธศาสตร์

“ต่อยอดรายได้จากฐานเดิม สร้างรายได้จากโอกาสใหม่สมดุลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน”  

วัตถุประสงค์

๑)รักษาฐานรายได้เดิมและสร้างรายได้ใหม่

๒) เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการผลิต (ต้องผลิตสินค้าได้เร็วกว่าปัจจุบัน)  

๓) ลดต้นทุนให้กับธุรกิจ (ด้วยการลดต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์)

 

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์

๑) การเพิ่มรายได้จากฐานเดิม

๒) การสร้างรายได้จากโอกาสใหม่

๓) การลดรายจ่าย

๔) การเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน

ยุทธศาสตร์ประกอบด้วย๔ ยุทธศาสตร์ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ :การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง (Growth & Competitiveness) ประกอบด้วย๙ประเด็นหลัก ๓๓แนวทางการดำเนินการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ : การลดความเหลื่อมล้ำ (Inclusive Growth) ประกอบด้วย๘ประเด็นหลัก ๒๐แนวทางการดำเนินการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ :การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Growth) ประกอบด้วย ๕ประเด็นหลัก ๑๑ แนวทางการดำเนินการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ :การสร้างความสมดุลและปรับระบบบริหารจัดการ (Internal process) ประกอบด้วย ๘ประเด็นหลัก ๑๕แนวทางการดำเนินการ

 

๔. ค่านิยมหลักของคนไทย

ค่านิยมหลักของคนไทยเพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง มีทั้งหมด ๑๒ ประการ ดังนี้

๑) มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติในปัจจุบัน

๒) ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม

๓) กตัญญู ต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์

๔) ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษา เล่าเรียน ทางตรงและทางอ้อม

๕) รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม

๖) มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน

๗) เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง

๘) มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่

๙) มีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๑๐) รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยภูมิคุ้มกันที่ดี

๑๑) มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา

๑๒) คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

 

๕. นโยบายของรัฐบาล

๕.๑ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ประชารัฐ

     พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ประชารัฐขึ้นเพื่อเป็นแนวนโยบายในการสร้างความสามัคคีรวมพลังของผู้คนในสังคมไทยโดยไม่แยกฝักแยกฝ่ายและไม่กันใครออกไปจากสังคมอีกทั้งยังเป็นสานึกและหน้าที่ที่คนไทยทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการปกป้องแผ่นดินแม่จากภยันตรายทั้งปวงและร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืนประสานพลังการสร้างชาติที่ต้องเติบโตแบบเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้เกิดความยั่งยืนนโยบายหรือยุทธศาสตร์ประชารัฐจึงมีแนวคิดในเรื่องของความร่วมมือร่วมใจของรัฐและประชาสังคมเพื่อร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาชาติทุกมิติที่เกิดขึ้นเพราะว่าประชารัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการพัฒนาประเทศที่มีรูปแบบเครือข่ายโยงใยสัมพันธ์กันเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินยุคปัจจุบันที่เกิดจากการหล่อหลอมรวมพลังของคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่าเห็นได้จากเพลงชาติไทยซึ่งมีใจความว่า “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วนอยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวลด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี...”

๕.๒ นโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

       ประกอบด้วยนโยบาย ๑๑ ด้าน ดังนี้

๑) การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

๒) การรักษาความมั่นคงของรัฐบาลและการต่างประเทศ

๓) การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ

๔) การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม

๕) การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน

๖) การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

๗) การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน

๘) การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรม

๙) การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

๑๐) การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

๑๑) การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

๕.๓ ยุทธศาสตร์และนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

๑) การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผู้ผลิตผู้ค้าผู้มีอิทธิพลและผู้ประพฤติมิชอบโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแนวนโยบายของรัฐบาล/คสช. ไปปรับใช้ตามอำนาจหน้าที่ดังนี้

๑.๑) สนับสนุนส่งเสริมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดทุกหน่วยดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิตผู้ค้าผู้นำเข้าและส่งออกรวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจัง

๑.๒)สนับสนุนส่งเสริมหน่วยงานที่ดูแลควบคุมตรวจสอบสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์สถานที่ ที่จัดให้มีการเล่นบิลเลียดสนุกเกอร์รวมทั้งโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและสถานประกอบการมิให้เจ้าของหรือผู้ประกอบการปล่อยปละละเลยให้มีการซุกซ่อนหรือค้ายาเสพติดหากพบให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย

๑.๓)สนับสนุนส่งเสริมหน่วยงานที่รับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันทีและติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือให้สามารถกลับมามีชีวิตอย่างปกติสุข

๑.๔) ดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพนักงานเทศบาลพนักงานส่วนตำบลพนักงานเมืองพัทยาลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง) ทั้งนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมาเป็นคนดีของสังคมพร้อมทั้งมีกลไกติดตามช่วยเหลืออย่างเป็นระบบดำเนินการอย่างจริงจังในการป้องกันปัญหาด้วยการแสวงหาความร่วมมือเชิงรุกกับองค์กรภาครัฐต่างๆในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติดสารเคมีและสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดที่ลักลอบเข้าสู่ประเทศภายใต้การบริหารจัดการอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพรวมทั้งดำเนินการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยการรวมพลังทุกภาคส่วนเป็นพลังแผ่นดินในการต่อสู้กับยาเสพติด

๒) มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ

โดยเสริมสร้างจิตสานึกและค่านิยมให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่การปลูกจิตสานึกค่านิยมคุณธรรมจริยธรรมและสร้างวินัยแก่ทุกภาคส่วนร่วมรวมพลังแผ่นดินป้องกันและปราบปรามการทุจริตจึงให้ถือปฏิบัติตามคาสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๙/๒๕๕๗เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขการทุจริตประพฤติมิชอบลงวันที่ ๑๘มิถุนายน ๒๕๕๗และกำหนดแนวทางการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังนี้

๒.๑)ทำการสำรวจศึกษารูปแบบการกระทำผิดในอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่เกิดหรือน่าจะเกิดสม่ำเสมอกระบวนการขั้นตอนใดที่น่าจะเกิดการทุจริต ตำแหน่งหรือตัวเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบและวิธีการกระทำผิด

๒.๒)กำหนดแนวทางวิธีการแก้ไขลดโอกาสและป้องกันการทุจริตในทุกขั้นตอนที่มีความเสี่ยง

๒.๓)กำหนดวิธีดำเนินการที่สามารถปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังกับการกระทาผิดที่ปรากฏเห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่โดยทั่วไปที่ทาให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการใดๆเพราะรับผลประโยชน์

๒.๔)สำรวจและจัดทำข้อมูลการกระทำผิดที่เห็นเป็นที่ประจักษ์ในพื้นที่ของแต่ละหน่วยงานพร้อมทั้งระบุตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

๒.๕)จัดทำข้อมูลบุคคลนิติบุคคลที่ได้รับงานจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลัง ๕ ปี

๒.๖)จัดทำข้อมูลเรื่องที่หน่วยงานร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานนั้นและยังอยู่ระหว่างการสอบสวนให้นาแนวทางดังกล่าวมาจัดทำยุทธศาสตร์หรือแนวทางการพัฒนาหรือโครงการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ

 

๖. แผนพัฒนาภาค/แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด/แผนพัฒนาจังหวัด

          ๖.๑ แผนพัฒนาภาค

                   กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค

                   ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕๓/๑ และมาตรา ๕๓/๒ บัญญัติให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้จัดทำกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคที่ยึดกระบวนการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจากทุกจังหวัดทั้ง ๔ ภูมิภาคขึ้นเพื่อสนับสนุนจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้สามารถ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

                  

                    ๑. แนวคิดและหลักการ

                   ๑.๑ ยึดแนวคิดการพัฒนาตาม“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”ให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล เป็นธรรมและมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ควบคู่กับกับแนวคิด “การพัฒนาแบบองค์รวม”ที่ยึด คน ผลประโยชน์ของประชาชน ภูมิสังคม ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคภาคีการพัฒนา และหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้สังคมสมานฉันท์และอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

                   ๑.๒ หลักการ มุ่งสร้างความเชื่อมโยงกับแผนระดับชาติต่างๆ นโยบายรัฐบาล แผนการบริหารราชการ แผ่นดิน เพื่อสร้างโอกาสทางการพัฒนา สอดคล้องกับภูมิสังคมของพื้นที่ โดย(๑)กำหนด

รูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศและภาค รวมถึงชุมชน(๒)กำหนดบทบาทและยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคให้สอดคล้องกับศักยภาพและโอกาสของพื้นที่

                   ๒. ทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่

                    ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เป็นผลให้จำเป็นต้องเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เหมาะสม การพัฒนาที่สมดุล ดังนั้นจึงกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ของประเทศ ดังนี้

                   ๒.๑ พัฒนาพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศให้เชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นฐานการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การเกษตรและการแปรรูปการเกษตร และการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยเฉพาะ

                   ๒.๑.๑ พัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor) เช่น พื้นที่เขตเศรษฐกิจแม่สอด-สุโขทัย-พิษณุโลก-ขอนแก่น-มุกดาหาร แนวสะพานเศรษฐกิจพื้นที่อรัญประเทศ-สระแก้ว-ปราจีนบุรี พื้นที่เศรษฐกิจระนอง-ชุมพร-บางสะพาน แนวสะพานเศรษฐกิจพังงา-กระบี่-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และแนวสะพานเศรษฐกิจสตูล-สงขลา

                   ๒.๑.๒ พัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามแนวเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridor) ได้แก่ แนวเศรษฐกิจเชียงของ-เชียงราย-พิษณุโลก-นครสวรรค์-จังหวัดปริมณฑลแนวเศรษฐกิจหนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา-จังหวัดปริมณฑล พื้นที่แหลมฉบัง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว-บุรีรัมย์-มุกดาหาร

                   ๒.๒ พัฒนาบริการพื้นฐานของชุมชนเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่างประเทศ โดยเน้นพื้นที่ชุมชนตามแนวเขตเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตกโดยเฉพาะชุมชนเศรษฐกิจชายแดน

                   ๒.๓พัฒนาระบบโลจิสติกส์และโครงข่ายคมนาคมขนส่งเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพื้นที่ เช่น การพัฒนาระบบรถราง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมบริเวณจุดตัดเช่น พิษณุโลก และขอนแก่น

                   ๒.๔ สร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้ยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร พัฒนาสิ่งแวดล้อมเมืองและแหล่งอุตสาหกรรม และการจัดให้มีการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ

 

                   ๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้

                             ๓.๑ ยุทธศาสตร์การพัฒนา

                   (๑) การเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคการผลิตหลักให้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตสินค้าอาหาร พัฒนาการท่องเที่ยว

                   (๒) ขยายฐานเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งสร้างรายได้และการจ้างงานให้แก่ภาคโดยพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบโครงการ JDS และกรอบโครงการ IMT-GT พัฒนารองรับการขยายการลงทุนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ และพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางทะเล

                   (๓) พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพและมีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อเสริมสมรรถนะการพัฒนา โดยการพัฒนาความรู้ คุณธรรม และสุขภาวะ การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนจน คนด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้ การพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและเพิ่มโอกาสด้านอาชีพและรายได้ และการอำนวยความเป็นธรรมและสร้างภูมิคุ้มกันแก่คนกลุ่มเสี่ยงเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๔) เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมระดับชุมชน โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนสู่การพึ่งตนเอง พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยการเพิ่มโอกาสการมีรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็งเพื่อสร้างสันติสุขโดยเฉพาะการใช้     กระบวนการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติด

                   (๕) ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาสมดุลเชิงนิเวศน์     อย่างยั่งยืน โดยฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อรักษาความสมดุลเชิงนิเวศน์ สร้างความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นฐานการผลิตอย่างยั่งยืน และควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบด้านคุณภาพชีวิต

                   ๓.๒ ทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัด

                   (๑) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วยชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง เน้นการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตจากน้ำมันปาล์ม พัฒนาการปลูกข้าวและการเลี้ยงปศุสัตว์ พัฒนาการเกษตรยั่งยืนเพื่อผลิตสินค้าเกษตรเชิงคุณภาพพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บริเวณชายฝั่งทะเลและการเตรียมความพร้อมพื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

                   (๒) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง เน้นการรักษาความมีมนต์เสน่ห์ของศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลและบนบก และพัฒนาบุคลากรรองรับการท่องเที่ยว

                   (๓) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายเลน ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เน้นการคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ และสร้างภูมิคุ้มกัน แก่คนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ และการบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   ๓.๓ โครงการที่สำคัญ (Flagship Project)

                   (๑)โครงการพัฒนาสงขลาเป็นศูนย์กลางการผลิตการแปรรูปและค้ายางพาราของประเทศ

                   (๒)โครงการพัฒนาสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร

                   (๓)โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ

                   (๔)โครงการพัฒนาธุรกิจบริการกลุ่ม Mice และ Marina เกาะภูเก็ต

                   (๕)โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๖)โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๗)โครงการพัฒนาแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

                   (๘)โครงการพัฒนาข้าวสังข์หยดเป็นสินค้าเชิงคุณภาพ

                   (๙)โครงการผลิตสินค้าอาหารฮาลาลระดับชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบครบวงจร

                   (๑๐) โครงการอ่าวปัตตานี (ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งทะเล)

                   (๑๑)โครงการฟื้นฟูการทำนาในพื้นที่นาร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

          ๖.๒ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

                   วิสัยทัศน์(Vision)

                   “ศูนย์กลางการสร้างสรรค์เศรษฐกิจการเกษตร และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ”

นิยาม : “ศูนย์กลางการสร้างสรรค์เศรษฐกิจการเกษตร”การพัฒนากลุ่มจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการผลิตทางการเกษตร (การผลิตวัตถุดิบขั้นต้น) และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร (การแปรรูปและการผลิตสินค้าสำเร็จรูป) ที่มีคุณภาพและปลอดภัยโดยเน้นที่พืชและสัตว์เศรษฐกิจศักยภาพสำคัญของกลุ่มจังหวัดได้แก่ยางพาราปาล์มน้ำมันไม้ผลและกุ้งทะเลและการเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในระดับนานาชาติในการพัฒนาการเกษตรและสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถดำเนินการได้ในระดับพื้นที่บูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างงานสร้างอาชีพและเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

นิยาม : “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ”แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยี่ยมเยือนและการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องและสร้างมูลค่าคุณค่าตลอดจนสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนบนฐานของการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืน

เป้าประสงค์รวม (Objectives)

๑) พืชเศรษฐกิจยางพาราและปาล์มน้ำมันมีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่ม แก่ระบบเศรษฐกิจ

๒) การท่องเที่ยวได้รับพัฒนาบนฐานทรัพยากรที่หลากหลายให้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

๓) ไม้ผลและสินค้าประมงปลอดภัยต่อการบริโภคและมีศักยภาพในการส่งออก

๔) การคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ของกลุ่มจังหวัดสามารถรองรับการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิต

 

เป้าประสงค์รวม ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย

 

 

 

ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ : การพัฒนาการท่องเที่ยวนานาชาติบนฐานทรัพยากรและเอกลักษณ์ของพื้นที่

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ : การพัฒนาไม้ผลและการประมงให้ปลอดภัย และมีศักยภาพในการส่งออก

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ : การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ให้รองรับการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิต

          ความเชื่อมโยงของประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าประสงค์

 

 

ประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และกลยุทธ์

 

                  

๗.ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพัทลุง

          วิสัยทัศน์ (Vision)

                   “เมืองคนคุณภาพสิ่งแวดล้อมดีชุมชนเข้มแข็งเติบโตและมั่งคั่ง จากฐานการเกษตรวัฒนธรรมภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน”

โดยกำหนดนิยามของวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนช่วงปีพ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๔ดังนี้

เมืองคนคุณภาพหมายถึง

          - คนพัทลุงมีความรักทางวัฒนธรรมและวิถีดั้งเดิมที่มีคุณค่ามีการศึกษาดีเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความเป็นพลเมืองไทยพลเมืองอาเซียนพลเมืองโลกและความรักภาคภูมิใจในจังหวัดสูงมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงสูง

          - คนพัทลุงตื่นตัวทางการเรียนรู้เป็นเมืองการศึกษาผู้คนใฝ่รู้เรียนรู้ตลอดชีวิตวัฒนธรรมการศึกษาเข้มแข็งสถานศึกษาทุกระดับมีคุณภาพมาตรฐาน

          - คนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกมิติ (กายสติปัญญาจิตใจอารมณ์สังคมสิ่งแวดล้อมฯ) ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการสุขภาวะตนเองชุมชนตามศักยภาพที่มีอยู่พัฒนาจังหวัดให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการเป็นเมืองสุขภาพดีปัญญาดีที่ยั่งยืน

เมืองสิ่งแวดล้อมดีหมายถึง

          - ทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาและบริหารการใช้ประโยชน์

ที่คำนึงถึงการใช้อย่างยั่งยืนและเกิดคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

          - ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมภัยทางธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องมีระบบการจัดการการป้องกันและการรับมือที่มีประสิทธิภาพ

          - สังคมพัทลุงเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองสีเขียวเกิดวัฒนธรรมการรักษ์ธรรมชาติในทุกหมู่บ้านปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้ทรัพยากรลดลงพื้นที่ป่าไม้เพิ่มมากขึ้นอย่าง

ต่อเนื่อง

          - พัทลุงเป็นเมืองอากาศบริสุทธิ์ไม่มีมลพิษทางสิ่งแวดล้อมการจัดการขยะมีมาตรฐานเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดี

ชุมชนเข้มแข็งหมายถึง

          - ชุมชนประชาชนมีวิถีชีวิตเรียบง่ายดำเนินชีวิตด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

          - ประชาชนมีอาชีพมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพมีหลักประกันความมั่นคงมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

          - วัฒนธรรมประเพณีของชุมชนได้รับการจัดการอย่างเข้มแข็งมีคุณค่าทางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน

เติบโตและมั่งคั่งจากฐานการเกษตรวัฒนธรรมภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน หมายถึง

          - เศรษฐกิจจังหวัดเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเกษตรยึดหลักการผลิตที่เหมาะสมกับระบบนิเวศน์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดมีประสิทธิภาพตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลต่อสภาพแวดล้อมรักษาอัตราการผลิตให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

          - ผลผลิตทางการเกษตรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและพลานามัยของมนุษย์เป็นการเกษตรจากการเรียนรู้บนพื้นฐานกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเกษตรและนำไปสู่การพึ่งพาตนเองของเกษตรกรผลผลิตมีหลากหลายเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและความมั่นคงทางอาหารของจังหวัด

          - วัฒนธรรมภูมิปัญญาประเพณีผลผลิตจากภูมิปัญญาของจังหวัดสามารถสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด

          - แหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่นิเวศน์ภูเขา-ทะเลสาบ-วัฒนธรรมศาสนาประเพณีมีชื่อเสียงระดับประเทศและนานาชาติมุ่งสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบครบวงจรโดดเด่นในการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ศึกษาดูงานการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมชุมชนและท้องถิ่นมีความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

พันธกิจ (Mission)

          การบริหารเชิงพื้นที่และการพัฒนาจังหวัดพัทลุงมุ่งสู่เมืองเกษตรยั่งยืนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดดเด่นและคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยน้อมนำ“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”มาปรับใช้ในทุกกระบวนการและทุกภาคส่วนทั้งนี้ได้กำหนดพันธกิจการพัฒนาจังหวัดดังนี้

          1. พัฒนาคนให้มีคุณภาพสุขภาพดีมีความรู้และปัญญาพร้อมคุณธรรมครอบครัวอบอุ่นชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

          2. เสริมสร้างและจัดการให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า

          3. พัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสามารถในการพึ่งตนเองได้สูงปรับตัวได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

          4. พัฒนาการเกษตรให้มีความมั่งคั่งและยั่งยืนเป็นรายได้หลักทางเศรษฐกิจของจังหวัดและความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

          5. ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบครบวงจร

เป้าประสงค์รวมของแผนยุทธศาสตร์(Objective)

          เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการพัฒนาจังหวัดและบริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและก้าวไปสู่วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดที่พึงปรารถนาในระยะเวลา๔ปีจังหวัดจึงกำหนดเป้าประสงค์รวมของการพัฒนาดังนี้

          1. พัทลุงเมืองเกษตรคุณภาพมาตรฐานสากลการเกษตรของจังหวัดสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สร้างงานอาชีพแก่เกษตรและชุมชน

          2. การท่องเที่ยวสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สู่จังหวัดและรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

          3. ประชาชนมีคุณภาพเรียนรู้ตลอดชีวิตสังคมน่าอยู่และมีความสงบด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          4. พัทลุงเมืองสีเขียวทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมดี

          5. ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีประสิทธิภาพการคมนาคมปลอดภัยการบริหารจัดการมีธรรมาภิบาล

ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issue)

          จังหวัดพัทลุง ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์๕ประเด็นโดยจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๑การเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น

          ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๒การพัฒนาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบเพิ่มคุณค่าครบวงจรที่ยั่งยืน

          ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๓การพัฒนาคนคุณภาพสังคมคุณธรรมสู่เมืองแห่งปัญญาและสันติสุขที่ยั่งยืน

          ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๔การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

          ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๕การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการบ้านเมืองรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาเมืองสู่อนาคต

 

๘.ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด

          วิสัยทัศน์

“จังหวัดพัทลุง เป็นเมืองศูนย์กลางการเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรมโดดเด่น สังคมเข้มแข็ง คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

พันธกิจ

          1. พัฒนาศักยภาพการผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น

          2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถทางการเกษตรที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรหลัก ของจังหวัดพัทลุง 

          3. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความสะดวกปลอดภัยและทั่วถึง เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

          4. พัฒนาการท่องเที่ยวที่โดดเด่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มุ่งนำเสนอการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย 

          5. ส่งเสริมขีดความสามารถของบุคลากรของภาครัฐ เอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงวัฒนธรรม และรองรับการท่องเที่ยวของประชาคมในภูมิภาคอาเซียน

          6. ส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน ประชาชนทั่วไปในชุมชน เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในด้านสุขภาวะความเข้มแข็งของชุมชน การบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

          7. พัฒนาระบบบริการสุขภาพและสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

          8. ส่งเสริมการบูรณาการระบบการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็ง และให้เด็กเยาวชนได้มีความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และใช้โอกาสในการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดประโยชน์

          9. สนับสนุนด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา

          10. ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

          11. อนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่นและประเพณี วัฒนธรรมศาสนาให้คงอยู่สืบไป

          12. บริหารจัดการองค์กรให้ได้มาตรฐานตามหลักธรรมาภิบาล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในจังหวัดพัทลุง

          13. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

          14. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

          15. การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมสวัสดิการเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส

 

จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา

 

          1. เพื่อให้จังหวัดพัทลุง เป็นเมืองศูนย์กลางของการเกษตรในภูมิภาค ประชาชนในท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ จากภาคเกษตรและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีมูลค่า เชื่อมโยงถึงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่

2. เพื่อให้จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรมโดดเด่น

          3. เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุก ๆ ด้าน มีการส่งเสริมด้านการศึกษา สาธารณสุขการจัดสวัสดิการชุมชนที่มีมาตรฐาน ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน

          4. เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบมีการ

บูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วน และสามารถนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          5. เพื่อให้ประชาชน องค์กรภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาท้องถิ่นตามหลักธรรมาภิบาล

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา ประกอบด้วย ดังนี้

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

แนวทางการพัฒนา

1. ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถ

   ภาคเกษตรอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการ

   เกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

   เชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสังคม

   ให้มีคุณภาพ

 

 

 

 

 

 

1. พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปสินค้าภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า

2. ส่งเสริมอาชีพที่มีความต่อเนื่องจากภาคการเกษตรตามปรัชญา

   ของเศรษฐกิจพอเพียง

3. ส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น          

   ให้เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

4. การส่งเสริมการลงทุนในท้องถิ่น

5. การส่งเสริมภาคเกษตรกรรมแบบยั่งยืน

6. การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเกื้อหนุนภาคเกษตรกรรม

7. เพิ่มช่องทางด้านการตลาดสินค้าภาคการเกษตร

 

1. ปรับปรุง ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งท่องเที่ยว        

   เชิงวัฒนธรรมให้มีความโดดเด่น

2. ส่งเสริมด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว          

   ที่เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของพื้นที่ต่าง ๆ

3. เสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรด้านการท่องเที่ยว        

    เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรองรับการท่องเที่ยว        

   และประชาคมการท่องเที่ยวอาเซียน

4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว

5. ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นประเพณีพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น

   ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น

 

1. ส่งเสริมชุมชนสู่สุขภาวะที่ดีด้วยการบูรณาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  

   และส่งเสริมด้านการสมานฉันท์

2. สร้างสังคมสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนด้วยกลไกการศึกษา

    และการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเข้าถึงและต่อเนื่อง

3. เตรียมความพร้อมของชุมชนสู่อาเซียน

4. พัฒนาระบบบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ

5. การจัดสวัสดิการสังคมที่ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการพัฒนา

6. สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความภาคภูมิใจในการเป็นคนพัทลุง        

   ให้แก่ เด็ก เยาวชน และประชาชนในทุกระดับ

7. การส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น  

   การอนุรักษ์อัตลักษณ์ที่ดีงามของท้องถิ่น โดยเน้นชุมชนมีส่วนร่วม

8. เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนภัยธรรมชาติ            

   และการมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน

9. พัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในการประกอบอาชีพให้ได้มาตรฐาน

 

 

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

แนวทางการพัฒนา

4. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ                  

   และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ                      

   และสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

5. ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็ง                

   และการบริหารจัดการที่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6. นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

 

 

1. พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำที่เน้นโครงข่ายและการบริหารการใช้น้ำ

   ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว

2. พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเสียและมลพิษจากขยะมูลฝอย

   แบบยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

3. ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันอนุรักษ์

    ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

 

1. พัฒนาศักยภาพของบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น          

   ให้มีขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน

2. เสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการภาครัฐด้วยกลไก              

    การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี              

   ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและความพึงพอใจ

3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน/ท้องถิ่น ในการร่วมคิด ร่วมทำ

   ร่วมรับผิดชอบต่อท้องถิ่น

4. ส่งเสริมการจัดระบบบริการสาธารณะร่วมกันในเขตจังหวัด

5. ส่งเสริมระบบการจัดหารายได้ของท้องถิ่น

6. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและเหมาะสม

 

1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

2. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

3. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในองค์กรภาครัฐ

4. การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

5. การพัฒนาบทบาทสตรี

6. ส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย

 

 

๑๐. แผนชุมชน

          ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๐๖๐๐ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๘๙๑.๔/ว ๘๕๖ ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่อง การสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่การพัฒนาท้องถิ่นและจังหวัดแบบบูรณาการ ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกหมู่บ้าน ชุมชน มีการจัดทำแผนชุมชนและพัฒนาคุณภาพแผนชุมชน สำหรับเป็นรากฐานและแนวทางการพัฒนา ภายใต้กระบวนการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นและแผนพัฒนาจังหวัด เป็นการกำหนดอนาคตและกิจการพัฒนาของชุมชนที่เกิดขึ้นจากคนในชุมชนในแต่ละด้าน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสุขภาพอนามัย ด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมและด้านอื่นๆ ซึ่งจะมีอยู่ ๓ แบบ ดังนี้

          ๑) แผนทำเอง

          ๒) แผนขอความร่วมมือ

๓) แผนขอรับเงินสนับสนุน

โดยนำปัญหาความต้องการจากแผนชุมชนที่เกินศักยภาพของชุมชนที่จะดำเนินการเองได้พิจารณาบรรจุไว้ในแผนพัฒนา แต่หากเกินศักยภาพของเทศบาล ให้เสนอปัญหา ความต้องการไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดและให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาบรรจุในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามอำนาจหน้าที่ แผนชุมชนจะต้องมีอย่างน้อย ๕๐% ของโครงการหรือแผนทั้งหมดและจะต้องมีการปรับปรุงแผนชุมชนอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โครงการกิจกรรม ปัญหาที่ชุมชนที่เกินศักยภาพมีหลายด้านดังนี้

๑) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รางระบายน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง

๒) ด้านสานต่อแนวทางพระราชดำริเช่นการขุดลอกคู่คลองจัดหารเหล่องน้ำเพื่อการเกษตร

๓) ด้านการเกษตรเช่น การอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตร อาชีพต่างๆ

๔) ด้านเศรษฐกิจการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวและกีฬา เช่น ส่งเสริมกิจกรรมให้มีการท่องเที่ยวการจัดทำการแข่งขันกีฬา

๕) ด้านสังคม/คุณภาพชีวิต เช่น ในชุมชนมีแหล่งมั่วสุม ปัญหายาเสพติด

๖) ด้านการเมือง เช่น คนในชุมชนขาดการมีส่วนร่วมกลุ่มองค์กร ยังไม่แข็งแรงพอ

๗) ด้านการจัดระเบียบชุมชนและการรักษาความสงบเรียบร้อย       

๘) ด้านการศึกษา เช่น ประชาชนส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำไม่มีความรู้เพียงพอ

          ๙) ด้านสุขภาพชุมชน เช่น ประชาชนส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานโรคระบาด โรคอุบัติใหม่

          ๑๐) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น

๑๑) ด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

๑๒) ยุทธศาสตร์ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด การติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ ติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะ การจัดฝึกอบรม อปพร.

 

๑๑. แผนเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ)

           ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๐๖๐๐ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลการเกษตร เช่น ประเภทพืชที่ปลูก ต้นทุน/หน่วย ผลผลิต/หน่วย ราคาขาย/หน่วย เป็นต้น ข้อมูลด้านแหล่งน้ำ เช่น ปริมาณน้ำฝน แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นต้น โดยจัดทำยุทธศาสตร์หรือแนวทางการพัฒนาเพื่อประกอบการสนับสนุน ส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น โดยได้เน้นให้ท้องถิ่นแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนเกี่ยวกับด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ โดยให้จัดทำเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น เทศบาลจึงต้องประชาคมท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น เพื่อให้ชุมชนได้เสนอโครงการด้านเกษตรและแหล่งน้ำเพื่อเทศบาลจะได้นำบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีต่อไป โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดทำแบบสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อมูลปัญหาความต้องการพื้นฐานของประชาชน รวมทั้งข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้ให้ท้องถิ่นอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจข้อมูลให้ครบในแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งข้อมูลที่ต้องสำรวจมีดังนี้

           ส่วนที่ ๑ : ข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้านชุมชน

           ส่วนที่ ๒ : ข้อมูลด้านการเกษตร

           ส่วนที่ ๓ : ข้อมูลด้านแหล่งน้ำทางการเกษตร

           ส่วนที่ ๔ : ข้อมูลด้านแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ (หรือน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค)

           ส่วนที่ ๕ : ความต้องการในการทำเกษตรของหมู่บ้าน/ชุมชน และโครงการที่หมู่บ้าน/ชุมชนเสนอ

(๑) ด้านเกษตร

(๒) ด้านแหล่งน้ำอุปโภค บริโภค

(๓) ด้านแหล่งน้ำทางการเกษตร

๑๒. ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

วิสัยทัศน์

“ชุมชนเข้มแข็ง สิ่งแวดล้อมน่าอยู่   บูรณาการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานพัฒนา ส่งเสริมงานศาสนาวัฒนธรรม น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

๑. ยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข

๒. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสร้างสังคมให้มีคุณภาพ

๓. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

เป้าประสงค์

๑. สืบสานและอนุรักษ์ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

๒. เพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มสินค้า ลดต้นทุนการผลิต

๓. ประชาชนกีฬาและนันทนาการอย่างทั่วถึงและชุมชนมีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม

๔. ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณสุข และได้รับการพัฒนาสุขภาวะครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิต สังคมและปัญญา

ตัวชี้วัด

๑. เส้นทางคมนาคมได้มาตรฐาน

๒. จำนวนไฟฟ้าสาธารณะที่เพิ่มจำนวนขึ้น

๓. การจัดการระบบน้ำประปา สะอาด มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ

๔. จำนวนที่ลดลงของอบายมุขในสังคม

๕. จำนวนการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๖. จำนวนการได้รับการพัฒนาสุขภาวะครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิต สังคมและปัญญา

ค่าเป้าหมาย

๑. เส้นทางคมนาคมได้รับการพัฒนามีมาตรฐานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ ๒ สาย

๒. ระบบไฟฟ้าสาธารณะได้รับการขยายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ ๒ สาย

๓. ระบบการจัดการน้ำประปาได้รับการพัฒนามาตรฐานครบร้อยเปอร์เซ็นต์

๔. กิจกรรมสร้างจิตสำนึกการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า ๒ กิจกรรมต่อปี

๕. กิจกรรมการพัฒนาสุขภาวะไม่น้อยกว่า ๒ กิจกรรมต่อปี

กลยุทธ์

๑. พัฒนาด้านงานบริการสาธารณะ

๒. สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม

๓. การอนุรักษ์ สืบทอดประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

๔. การบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ

๕. การควบคุมมลพิษจากขยะ น้ำเสีย ฝุ่นละอองและเสียง

๖. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารของท้องถิ่น

๗. การสร้างธรรมาภิบาลขององค์กร

****************************

 

รายงานผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาของเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๑ เมษายน ๒๕๖๐– ๓๐ กันยายน๒๕๖๑)


 

ส่วนที่ ๓ ยุทธศาสตร์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

๑.ความสำพันธ์ระหว่างแผนพัฒนาระดับมหาภาค

               ๑.๑ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี(พ.ศ. 2560-2579)

ความเป็นมา

          คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 เห็นชอบให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยนำนโยบายรัฐบาล 11 ข้อ ประเด็นปฏิรูปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 11 ด้าน และประเด็นปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ 36 กิจกรรม มาใช้เป็นกรอบในการจัดทำและให้เสนอร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในระยะที่ 2 ของรัฐบาล และกรอบการปฏิรูปในระยะที่ 3 ต่อไป

          พร้อมนี้ มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นรองประธานกรรมการ ทำหน้าที่ในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ที่ต้องเชื่อมโยงกับกรอบการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติและกรอบแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในระยะ 20 ปี

วิสัยทัศน์

“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า“มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

 

ความมั่นคง

•การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล

•ความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง

•ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ที่เข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน

•ระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล สังคม มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ ชุมชนมีความเข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น

•ความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ำ ประชาชน มีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการดำรงชีวิต มีที่อยู่อาศัยและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน 

 

ความมั่งคั่ง

•ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้าของการพัฒนาลดลง ประชากรได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น

•เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต และเป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งการคมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน และการทาธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก เกิดสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมีพลัง

•ความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้าง การพัฒนาต่อเนื่อง ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ความยั่งยืน

•การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศน์

•การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎระเบียบของประชาคมโลกซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม

•มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนา ในระดับอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ และยั่งยืน

•ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

          ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ดังกล่าวจะต้องสนองตอบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ อันได้แก่ การมีเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ การดำรงอยู่อย่างมั่นคง ยั่งยืนของสถาบันหลักของชาติ การดำรงอยู่อย่างมั่นคงของชาติและประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยู่ร่วมกันในชาติอย่างสันติสุขเป็นปึกแผ่นมีความมั่นคงทางสังคมท่ามกลางพหุสังคมและการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ความเจริญเติบโตของชาติ ความเป็นธรรมและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางพลังงานและอาหารความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติประสานสอดคล้องกัน ด้านความมั่นคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลกอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่เป็นภาระของโลกและสามารถเกื้อกูลประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่า

อนาคตประเทศไทย ปี 2579 : ร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่..........

เศรษฐกิจและสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย สถาบันหลักของชาติดำรงอยู่อย่างมั่นคงเป็นจุดยึดเหนี่ยวของสังคม มีความสามัคคีของคนในชาติ มีความสงบและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในทุกพื้นที่ และมีระดับรายได้ในกลุ่มประเทศรายได้สูง ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและโลก

ระบบเศรษฐกิจเป็นTrading Nation และฐานเศรษฐกิจดิจิตัล ที่มีการเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีเสถียรภาพ แข่งขันบนฐานการพัฒนานวัตกรรม และมีฐานการผลิต บริการ และลงทุนที่เชื่อมโยงในอาเซียน เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่การมีรายได้สูงภายในปี 2579 และกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดย

         •ภาคเกษตร พัฒนามุ่งสู่ความมั่นคงและปลอดภัยด้านอาหารและเป็นฐานการผลิต bio-bases ที่สำคัญ และผลิตภาพการผลิตสูง

•ภาคอุตสาหกรรม ยกระดับศักยภาพฐานอุตสาหกรรมเดิม พัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตให้เป็นฐานรายได้ใหม่ โดยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และการลงทุนในอนุภูมิภาคและภูมิภาคอาเซียน เช่น ศูนย์การผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนและศูนย์ทดสอบและวิจัยพัฒนารถยนต์และชิ้นส่วนของเอเชีย ศูนย์กลางการผลิตพลังงาน/วัสดุชีวภาพของภูมิภาคอาเซียน ศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมดิจิตอล เป็นต้น

•ภาคบริการ ยกระดับศักยภาพ/คุณภาพธุรกิจบริการเดิม และส่งเสริมธุรกิจบริการอนาคตให้เป็นฐานรายได้ใหม่ โดยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการให้บริการของภูมิภาคอาเซียน เช่น ศูนย์กลางการให้บริการสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน เมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวและบริการของอาเซียน ศูนย์บริการทางการเงิน การศึกษานานาชาติ และบริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

•วิสาหกิจและการดำเนินธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมเข้มแข็ง เป็นฐานการผลิตและบริการที่สำคัญของประเทศ

คนไทยในอนาคต มีศักยภาพในการร่วมกันพัฒนาประเทศ สามารถปรับตัวรองรับบริบทการพัฒนาในอนาคต มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีทักษะวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง มีจิตสำนึกวัฒนธรรมที่ดีงาม รู้คุณค่าความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบ เป็นรากฐานที่มั่นคงของชุมชนสังคม รักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์

สังคมไทยเป็นสังคมที่เป็นธรรม มีความเหลื่อมล้ำน้อย อัตราความยากจนต่ำ มีการกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรการสร้างฐานอาชีพ บริการทางสังคมที่มีคุณภาพ และกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง โดยที่ประชาชนทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ไม่คอรัปชั่น

เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจสีเขียว ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ มีพื้นที่สีเขียวใหญ่ขึ้น ประชาชนมีพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การบริหารภาครัฐ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ ตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรมและประชาชนมีส่วนร่วม มีการกระจายอำนาจและแบ่งภารกิจรับผิดชอบที่เหมาะสมระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์

 ๑.๒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12

               ๑.๒.๑ ทิศทางและกรอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)

                   ในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ประเทศไทยจะยังคงประสบสภาวะแวดล้อมและบริบทของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ อาทิ กระแสการเปิดเศรษฐกิจเสรี ความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรง ประกอบกับสภาวการณ์ด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศในปัจจุบันที่ยังคงประสบปัญหาในหลายด้าน เช่น ปัญหาผลิตภาพการผลิตความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นต้น ทำให้การพัฒนาในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 จึงจำเป็นต้องยึดกรอบแนวคิดและหลักการในการวางแผนที่สำคัญ ดังนี้ (1) การน้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2) คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม (3)การสนับสนุนและส่งเสริมแนวคิดการปฏิรูปประเทศ และ (4) การพัฒนาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

                   ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่จะใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประกอบด้วย ๖ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (๑) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง (๒) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน(๓) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (๔) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (๕) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (๖) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

                   เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีความตระหนักถึงเป้าหมายอนาคตของประเทศไทยร่วมกัน และเกิดการรวมพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อการสร้างและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติและบรรลุวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ชาติที่กล่าวข้างต้น จึงจำเป็นจะต้องมีการถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติในแต่ละช่วงเวลาอย่างบูรณาการ หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำหนดแผนและยุทธศาสตร์ในระดับต่างๆ ควรจะยึดกรอบการพัฒนาที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเป็นแนวทางในการพัฒนา ดังนั้น แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ จึงนำวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ และนำยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้ง ๖ ด้านที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ โดยจะกำหนดยุทธศาสตร์ให้ตอบสนองกับบริบทการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในช่วง ๕ ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)เป็นสำคัญ

                   ๑.๒.๒ การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒

                   สศช.ได้นำความคิดเห็นจากการประชุมประจำปี ๒๕๕๘ ของ สศช.มาประมวลและยกร่างแนวคิดยุทธศาสตร์ และนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ ครั้งที่ ๔/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘ และคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ ซึ่งประกอบด้วย ๑๐ ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้

               ๑) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์

                             พัฒนาคนทุกช่วงวัยเพื่อให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะการพัฒนาและดูแลผู้สูงอายุที่จะมีสัดส่วนสูงขึ้นในสังคมสูงวัยทั้งการสร้างงานที่เหมาะสม การฟื้นฟูและดูแลสุขภาพเพื่อชะลอความทุพพลภาพและโรคเรื้อรัง การสร้างสภาพแวดล้อมและนวัตกรรมที่เอื้อต่อสังคมสูงวัย มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเป็นฐานการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและรองรับการลดลงของขนาดกำลังแรงงาน โดยการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ การป้องกันและควบคุมปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี การสร้างความอยู่ดีมีสุขให้ครอบครัวไทย รวมทั้งการเสริมสร้างบทบาทของสถาบันทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรมในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคม

               ๒) ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

                             มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติเพื่อสร้างความปรองดองในสังคม การสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมไทยสามารถเข้าถึงทรัพยากร แหล่งทุนในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก การเข้าถึงบริการทางสังคมของรัฐอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม อาทิ การสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนได้เต็มตามศักยภาพสามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้โดยมีความใฝ่รู้และทักษะที่เหมาะสม เน้นการเรียนรู้เพื่อสร้างสัมมาชีพในพื้นที่ การจัดรูปแบบบริการสุขภาพและสวัสดิการทางสังคมขั้นพื้นฐานที่จำเป็นและเหมาะสมตามกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาระบบบริการสาธารณะให้มีคุณภาพและมีช่องทางการเข้าถึงที่หลากหลาย รวมทั้งการพัฒนาระบบยุติธรรมชุมชนการเพิ่มศักยภาพกองทุนยุติธรรมเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค ซึ่งจะนำไปสู่การลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำอันจะนำไปสู่การลดความขัดแย้งในสังคมไทย

               ๓) ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

                             ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง โดยรวมถึงการปฏิรูปภาษีทั้งระบบเพื่อรักษาเสถียรภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจการปรับโครงสร้างทั้งห่วงโซ่คุณค่าในภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ การลงทุน เพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มของสาขาการผลิตและบริการที่เป็นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาทุนมนุษย์ องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งกฎระเบียบเพื่อสร้างความเข้มแข็งของสาขาการผลิตและบริการใหม่ และเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้เงื่อนไขการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของพื้นที่โดยเฉพาะภาคการผลิตและบริการที่มีศักยภาพที่จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมและบริการสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมบนฐานชีวภาพ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจบริการทางการเงิน ธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ธุรกิจภาพยนตร์ การศึกษานานาชาติ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ศูนย์ปฏิบัติการประจำภูมิภาค เป็นต้น

                   ทั้งนี้ โดยจะให้ความสำคัญกับรูปแบบการพัฒนาในรูปคลัสเตอร์ การสร้างความเชื่อมโยงการผลิตและบริการ การพัฒนา SMEs และการสร้างผู้ประกอบการและเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึงการสร้างศักยภาพของลูกหลานเกษตรกร โดยจะต้องพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ทั้งทุนมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารจัดการและการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า การลงทุน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศสู่ความเป็นชาติการค้า อันจะเป็นการสนับสนุนให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๕ ซึ่งเป็นปฐมบทของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ที่มีการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาว

               ๔) ยุทธศาสตร์ด้านการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

                             มุ่งอนุรักษ์ฟื้นฟูสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมโดยเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจัดการขยะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ ๒๐ตามเป้าหมายระยะยาว พัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน เพื่อปรับตัวไปสู่รูปแบบของการผลิตและการบริโภคคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งยกระดับความสามารถในการป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติ ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ทั้งนี้เพื่อวางรากฐานและสนับสนุนให้ประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

               ๕) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง

                             ให้ความสำคัญกับความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพให้ประเทศสามารถรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีสาระครอบคลุม ดังนี้ (๑) สถาบันหลักของชาติให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงเป็นจุดยึดเหนี่ยวของสังคม (๒) ความสามัคคีของคนในชาติ ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม (๓) ความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในทุกพื้นที่ (๔) การบริหารจัดการความมั่นคงชายแดนชายฝั่งทะเล เสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง (๕) สร้างความเชื่อมั่นและพัฒนาความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนและประชาคมโลกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้สามารถป้องกันแก้ไขปัญหาภัยคุกคามข้ามชาติ ภัยก่อการร้าย (๖) เสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ (๗) รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และปกป้อง รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (๘) เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร พลังงานและน้ำ โดยการกำหนดแนวทางบริหารจัดการ (๙) เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ การรักษาความสงบภายใน และความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพ (๑๐) พัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ(๑๑) การบริหารจัดการยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนงานศึกษา วิจัย พัฒนาด้านความมั่นคง

              ๖) ยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลในภาครัฐ

                             เพื่อให้การบริหารจัดการภาครัฐมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรมรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วม มีการกระจายอำนาจ และแบ่งภารกิจรับผิดชอบที่เหมาะสมระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น โดยมีประเด็นการพัฒนาสำคัญ ประกอบด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ การปรับปรุงการให้บริการภาครัฐผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) การปรับปรุงกระบวนการงบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามตรวจสอบการเงินการคลังภาครัฐ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยการปรับโครงสร้างการบริหารงานท้องถิ่นให้เอื้อต่อการกระจายอำนาจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้ประเทศไทยปราศจากการคอร์รัปชั่น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตามกรอบในอนาคตประเทศไทยปี ๒๕๗๗

               ๗) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์

                             การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ จะมุ่งเน้นการพัฒนากายภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง การเชื่อมโยงเครือข่ายโทรคมนาคม และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่เมืองการเชื่อมโยงการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานและการผลิตพลังงานทดแทน การสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงและการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมทั้งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งในด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในการสร้างเครือข่ายการขนส่งระหว่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์และการปรับปรุงระบบบริหารจัดการ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งจากถนนสู่รางเป็นหลัก

               ๘) ยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม

                             ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ทั้งการเพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนา และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ ทั้งด้านบุคลากรวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการ เพื่อมุ่งให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ทั้งการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนำไปสู่ศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น เสริมสร้างสังคมที่มีตรรกะทางความคิด มีทุนทางปัญญา เพื่อเป็นรากฐานการดำรงชีวิตที่มีความสุขของคนไทย บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่ความสมดุล อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับความเจริญให้กับภาคส่วนต่างๆทั้งเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดกลไกบูรณาการระหว่างหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อันจะสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การแข่งขันในศตวรรษหน้าโดยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต

                   ๙) ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ

                             กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ศักยภาพ โอกาสและข้อจำกัดของพื้นที่ รวมทั้งความต้องการของภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาฐานเศรษฐกิจเดิมให้เข้มแข็งโดยมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเจริญสู่ภูมิภาค พัฒนาเมืองศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาคให้เป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัย สนับสนุนการเชื่อมโยงในภูมิภาคเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่และสร้างความอยู่ดีมีสุขให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยมีสาระครอบคลุม ดังนี้ (๑) การพัฒนาภาค (๒) การพัฒนาเมืองศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาค (๓) การพัฒนาพื้นที่ฐานเศรษฐกิจหลักบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก และ (๔) การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมทั้งความเชื่อมโยงกับการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพ และโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย

               ๑๐) ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาค

                             กำหนดยุทธศาสตร์การต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาค ให้เกิดการประสานและพัฒนาความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ทั้งในเชิงรุกและรับอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการดูแลการดำเนินงานตามข้อผูกพันและพันธกรณีตลอดจนมาตรฐานต่างๆ ที่ไทยมีความเกี่ยวข้องในฐานะประเทศสมาชิก ทั้งในเวทีระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับอนุภูมิภาค อาทิ การดำเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) การประมง การค้ามนุษย์ และอื่นๆ ให้เข้าสู่มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก เป็นต้น การเตรียมความพร้อมในการรองรับและดำเนินงานของประเทศไทยภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ (Post-ASEAN 2015) การปรับตัวและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อรองรับและสอดคล้องกับการดำเนินงานตามพันธกรณีของความร่วมมือระดับภูมิภาค อาทิ Regional Comprehensive Economic Partnerships (RCEP) เป็นต้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค และการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานของการประกอบธุรกิจ การให้บริการทางการศึกษา การให้บริการด้านการเงิน การให้บริการด้านสุขภาพ การให้บริการด้านโลจิสติกส์และการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเป็นฐานความร่วมมือในเอเชีย

 

       ๑.๓ แผนพัฒนาภาค/แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด/แผนพัฒนาจังหวัด

               ๑.๓.๑ แผนพัฒนาภาค

               กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค

                             ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕๓/๑ และมาตรา ๕๓/๒ บัญญัติให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้จัดทำกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคที่ยึดกระบวนการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจากทุกจังหวัดทั้ง ๔ ภูมิภาคขึ้นเพื่อสนับสนุนจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้สามารถ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

 ๑. แนวคิดและหลักการ

               ๑.๑ ยึดแนวคิดการพัฒนาตาม“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”ให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล เป็นธรรมและมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ควบคู่กับกับแนวคิด “การพัฒนาแบบองค์รวม”ที่ยึด คน ผลประโยชน์ของประชาชน ภูมิสังคม ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคภาคีการพัฒนา และหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้สังคมสมานฉันท์และอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

               ๑.๒ หลักการ มุ่งสร้างความเชื่อมโยงกับแผนระดับชาติต่างๆ นโยบายรัฐบาล แผนการบริหารราชการ แผ่นดิน เพื่อสร้างโอกาสทางการพัฒนา สอดคล้องกับภูมิสังคมของพื้นที่ โดย(๑)กำหนด

รูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศและภาค รวมถึงชุมชน(๒)กำหนดบทบาทและยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคให้สอดคล้องกับศักยภาพและโอกาสของพื้นที่

๒. ทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่

               ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เป็นผลให้จำเป็นต้องเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เหมาะสม การพัฒนาที่สมดุล ดังนั้นจึงกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ของประเทศ ดังนี้

               ๒.๑ พัฒนาพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศให้เชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นฐานการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การเกษตรและการแปรรูปการเกษตร และการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยเฉพาะ

                      ๒.๑.๑ พัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor) เช่น พื้นที่เขตเศรษฐกิจแม่สอด-สุโขทัย-พิษณุโลก-ขอนแก่น-มุกดาหาร แนวสะพานเศรษฐกิจพื้นที่อรัญประเทศ-สระแก้ว-ปราจีนบุรี พื้นที่เศรษฐกิจระนอง-ชุมพร-บางสะพาน แนวสะพานเศรษฐกิจพังงา-กระบี่-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และแนวสะพานเศรษฐกิจสตูล-สงขลา

                       ๒.๑.๒ พัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามแนวเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridor) ได้แก่ แนวเศรษฐกิจเชียงของ-เชียงราย-พิษณุโลก-นครสวรรค์-จังหวัดปริมณฑลแนวเศรษฐกิจหนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา-จังหวัดปริมณฑล พื้นที่แหลมฉบัง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว-บุรีรัมย์-มุกดาหาร

               ๒.๒ พัฒนาบริการพื้นฐานของชุมชนเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่างประเทศ โดยเน้นพื้นที่ชุมชนตามแนวเขตเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตกโดยเฉพาะชุมชนเศรษฐกิจชายแดน

               ๒.๓พัฒนาระบบโลจิสติกส์และโครงข่ายคมนาคมขนส่งเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพื้นที่ เช่น การพัฒนาระบบรถราง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมบริเวณจุดตัดเช่น พิษณุโลก และขอนแก่น

               ๒.๔ สร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้ยั่งยืน ได้แก่ พัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร พัฒนาสิ่งแวดล้อมเมืองและแหล่งอุตสาหกรรม และการจัดให้มีการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ

๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้

               ๓.๑ ยุทธศาสตร์การพัฒนา

                   (๑) การเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคการผลิตหลักให้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตสินค้าอาหาร พัฒนาการท่องเที่ยว

                   (๒) ขยายฐานเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งสร้างรายได้และการจ้างงานให้แก่ภาคโดยพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบโครงการ JDS และกรอบโครงการ IMT-GT พัฒนารองรับการขยายการลงทุนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ และพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางทะเล

                   (๓) พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพและมีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อเสริมสมรรถนะการพัฒนา โดยการพัฒนาความรู้ คุณธรรม และสุขภาวะ การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนจน คนด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้ การพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและเพิ่มโอกาสด้านอาชีพและรายได้ และการอำนวยความเป็นธรรมและสร้างภูมิคุ้มกันแก่คนกลุ่มเสี่ยงเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๔) เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมระดับชุมชน โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนสู่การพึ่งตนเอง พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยการเพิ่มโอกาสการมีรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็งเพื่อสร้างสันติสุขโดยเฉพาะการใช้     กระบวนการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติด

                   (๕) ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาสมดุลเชิงนิเวศน์     อย่างยั่งยืน โดยฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อรักษาความสมดุลเชิงนิเวศน์ สร้างความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นฐานการผลิตอย่างยั่งยืน และควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบด้านคุณภาพชีวิต

                   ๓.๒ ทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัด

                   (๑) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วยชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง เน้นการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตจากน้ำมันปาล์ม พัฒนาการปลูกข้าวและการเลี้ยงปศุสัตว์ พัฒนาการเกษตรยั่งยืนเพื่อผลิตสินค้าเกษตรเชิงคุณภาพพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บริเวณชายฝั่งทะเลและการเตรียมความพร้อมพื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

                   (๒) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง เน้นการรักษาความมีมนต์เสน่ห์ของศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลและบนบก และพัฒนาบุคลากรรองรับการท่องเที่ยว

                   (๓) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายเลน ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เน้นการคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ และสร้างภูมิคุ้มกัน แก่คนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ และการบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   ๓.๓ โครงการที่สำคัญ (Flagship Project)

                   (๑)โครงการพัฒนาสงขลาเป็นศูนย์กลางการผลิตการแปรรูปและค้ายางพาราของประเทศ

                   (๒)โครงการพัฒนาสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร

                   (๓)โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ

                   (๔)โครงการพัฒนาธุรกิจบริการกลุ่ม Mice และ Marina เกาะภูเก็ต

                   (๕)โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๖)โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                   (๗)โครงการพัฒนาแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

                   (๘)โครงการพัฒนาข้าวสังข์หยดเป็นสินค้าเชิงคุณภาพ

                   (๙)โครงการผลิตสินค้าอาหารฮาลาลระดับชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบครบวงจร

                   (๑๐) โครงการอ่าวปัตตานี (ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งทะเล)

                   (๑๑)โครงการฟื้นฟูการทำนาในพื้นที่นาร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้

               ๑.๓.๒ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

                   วิสัยทัศน์(Vision)

                   “ศูนย์กลางการสร้างสรรค์เศรษฐกิจการเกษตร และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ”

นิยาม : “ศูนย์กลางการสร้างสรรค์เศรษฐกิจการเกษตร”การพัฒนากลุ่มจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการผลิตทางการเกษตร (การผลิตวัตถุดิบขั้นต้น) และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร (การแปรรูปและการผลิตสินค้าสำเร็จรูป) ที่มีคุณภาพและปลอดภัยโดยเน้นที่พืชและสัตว์เศรษฐกิจศักยภาพสำคัญของกลุ่มจังหวัดได้แก่ยางพาราปาล์มน้ำมันไม้ผลและกุ้งทะเลและการเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในระดับนานาชาติในการพัฒนาการเกษตรและสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถดำเนินการได้ในระดับพื้นที่บูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างงานสร้างอาชีพและเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

นิยาม : “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ”แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยี่ยมเยือนและการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องและสร้างมูลค่าคุณค่าตลอดจนสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนบนฐานของการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืน

เป้าประสงค์รวม (Objectives)

          ๑) พืชเศรษฐกิจยางพาราและปาล์มน้ำมันมีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่ม แก่ระบบเศรษฐกิจ

          ๒) การท่องเที่ยวได้รับพัฒนาบนฐานทรัพยากรที่หลากหลายให้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

          ๓) ไม้ผลและสินค้าประมงปลอดภัยต่อการบริโภคและมีศักยภาพในการส่งออก

        ๔) การคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ของกลุ่มจังหวัดสามารถรองรับการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิต

เป้าประสงค์รวม ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย

 ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ : การพัฒนาการท่องเที่ยวนานาชาติบนฐานทรัพยากรและเอกลักษณ์ของพื้นที่

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ : การพัฒนาไม้ผลและการประมงให้ปลอดภัย และมีศักยภาพในการส่งออก

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ : การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ให้รองรับการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิต

 

 

ความเชื่อมโยงของประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าประสงค์

 

 ประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และกลยุทธ์ 

                   ๑.๓.๓ แผนพัฒนาจังหวัดพัทลุง

วิสัยทัศน์ (Vision)

                   “เมืองคนคุณภาพสิ่งแวดล้อมดีชุมชนเข้มแข็งเติบโตและมั่งคั่ง จากฐานการเกษตรวัฒนธรรมภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน”

โดยกำหนดนิยามของวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนช่วงปีพ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๔ดังนี้

เมืองคนคุณภาพหมายถึง

- คนพัทลุงมีความรักทางวัฒนธรรมและวิถีดั้งเดิมที่มีคุณค่ามีการศึกษาดีเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความเป็นพลเมืองไทยพลเมืองอาเซียนพลเมืองโลกและความรักภาคภูมิใจในจังหวัดสูงมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงสูง

- คนพัทลุงตื่นตัวทางการเรียนรู้เป็นเมืองการศึกษาผู้คนใฝ่รู้เรียนรู้ตลอดชีวิตวัฒนธรรมการศึกษาเข้มแข็งสถานศึกษาทุกระดับมีคุณภาพมาตรฐาน

- คนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกมิติ (กายสติปัญญาจิตใจอารมณ์สังคมสิ่งแวดล้อมฯ) ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการสุขภาวะตนเองชุมชนตามศักยภาพที่มีอยู่พัฒนาจังหวัดให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการเป็นเมืองสุขภาพดีปัญญาดีที่ยั่งยืน

เมืองสิ่งแวดล้อมดีหมายถึง

- ทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาและบริหารการใช้ประโยชน์

ที่คำนึงถึงการใช้อย่างยั่งยืนและเกิดคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

- ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมภัยทางธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องมีระบบการจัดการการป้องกันและการรับมือที่มีประสิทธิภาพ

- สังคมพัทลุงเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองสีเขียวเกิดวัฒนธรรมการรักษ์ธรรมชาติในทุกหมู่บ้านปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้ทรัพยากรลดลงพื้นที่ป่าไม้เพิ่มมากขึ้นอย่าง

ต่อเนื่อง

- พัทลุงเป็นเมืองอากาศบริสุทธิ์ไม่มีมลพิษทางสิ่งแวดล้อมการจัดการขยะมีมาตรฐานเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดี

ชุมชนเข้มแข็งหมายถึง

- ชุมชนประชาชนมีวิถีชีวิตเรียบง่ายดำเนินชีวิตด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

- ประชาชนมีอาชีพมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพมีหลักประกันความมั่นคงมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

- วัฒนธรรมประเพณีของชุมชนได้รับการจัดการอย่างเข้มแข็งมีคุณค่าทางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน

เติบโตและมั่งคั่งจากฐานการเกษตรวัฒนธรรมภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน หมายถึง

- เศรษฐกิจจังหวัดเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเกษตรยึดหลักการผลิตที่เหมาะสมกับระบบนิเวศน์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดมีประสิทธิภาพตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลต่อสภาพแวดล้อมรักษาอัตราการผลิตให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

- ผลผลิตทางการเกษตรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและพลานามัยของมนุษย์เป็นการเกษตรจากการเรียนรู้บนพื้นฐานกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเกษตรและนำไปสู่การพึ่งพาตนเองของเกษตรกรผลผลิตมีหลากหลายเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและความมั่นคงทางอาหารของจังหวัด

- วัฒนธรรมภูมิปัญญาประเพณีผลผลิตจากภูมิปัญญาของจังหวัดสามารถสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด

- แหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่นิเวศน์ภูเขา-ทะเลสาบ-วัฒนธรรมศาสนาประเพณีมีชื่อเสียงระดับประเทศและนานาชาติมุ่งสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบครบวงจรโดดเด่นในการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ศึกษาดูงานการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมชุมชนและท้องถิ่นมีความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

พันธกิจ (Mission)

                   การบริหารเชิงพื้นที่และการพัฒนาจังหวัดพัทลุงมุ่งสู่เมืองเกษตรยั่งยืนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดดเด่นและคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยน้อมนำ“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”มาปรับใช้ในทุกกระบวนการและทุกภาคส่วนทั้งนี้ได้กำหนดพันธกิจการพัฒนาจังหวัดดังนี้

1. พัฒนาคนให้มีคุณภาพสุขภาพดีมีความรู้และปัญญาพร้อมคุณธรรมครอบครัวอบอุ่นชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

2. เสริมสร้างและจัดการให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า

3. พัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสามารถในการพึ่งตนเองได้สูงปรับตัวได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

4. พัฒนาการเกษตรให้มีความมั่งคั่งและยั่งยืนเป็นรายได้หลักทางเศรษฐกิจของจังหวัดและความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

5. ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบครบวงจร

เป้าประสงค์รวมของแผนยุทธศาสตร์(Objective)

เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการพัฒนาจังหวัดและบริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและก้าวไปสู่วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดที่พึงปรารถนาในระยะเวลา๔ปีจังหวัดจึงกำหนดเป้าประสงค์รวมของการพัฒนาดังนี้

1. พัทลุงเมืองเกษตรคุณภาพมาตรฐานสากลการเกษตรของจังหวัดสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สร้างงานอาชีพแก่เกษตรและชุมชน

2. การท่องเที่ยวสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สู่จังหวัดและรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

3. ประชาชนมีคุณภาพเรียนรู้ตลอดชีวิตสังคมน่าอยู่และมีความสงบด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

4. พัทลุงเมืองสีเขียวทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมดี

5. ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีประสิทธิภาพการคมนาคมปลอดภัยการบริหารจัดการมีธรรมาภิบาล

ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issue)

จังหวัดพัทลุง ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์๕ประเด็นโดยจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๑การเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๒การพัฒนาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบเพิ่มคุณค่าครบวงจรที่ยั่งยืน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๓การพัฒนาคนคุณภาพสังคมคุณธรรมสู่เมืองแห่งปัญญาและสันติสุขที่ยั่งยืน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๔การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่๕การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการบ้านเมืองรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาเมืองสู่อนาคต

 

๑.๔ ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด

 

วิสัยทัศน์

 

“จังหวัดพัทลุง เป็นเมืองศูนย์กลางการเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรมโดดเด่น สังคมเข้มแข็ง คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

พันธกิจ

1. พัฒนาศักยภาพการผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น

2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถทางการเกษตรที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรหลัก ของจังหวัดพัทลุง 

3. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความสะดวกปลอดภัยและทั่วถึง เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

4. พัฒนาการท่องเที่ยวที่โดดเด่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มุ่งนำเสนอการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย 

5. ส่งเสริมขีดความสามารถของบุคลากรของภาครัฐ เอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงวัฒนธรรม และรองรับการท่องเที่ยวของประชาคมในภูมิภาคอาเซียน

6. ส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน ประชาชนทั่วไปในชุมชน เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในด้านสุขภาวะความเข้มแข็งของชุมชน การบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

7. พัฒนาระบบบริการสุขภาพและสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

8. ส่งเสริมการบูรณาการระบบการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็ง และให้เด็กเยาวชนได้มีความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และใช้โอกาสในการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดประโยชน์

9. สนับสนุนด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา

10. ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

11. อนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่นและประเพณี วัฒนธรรมศาสนาให้คงอยู่สืบไป

12. บริหารจัดการองค์กรให้ได้มาตรฐานตามหลักธรรมาภิบาล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในจังหวัดพัทลุง

          13. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

          14. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

          15. การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมสวัสดิการเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส

 

จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา

 

          1. เพื่อให้จังหวัดพัทลุง เป็นเมืองศูนย์กลางของการเกษตรในภูมิภาค ประชาชนในท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ จากภาคเกษตรและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีมูลค่า เชื่อมโยงถึงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่

2. เพื่อให้จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรมโดดเด่น

          3. เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุก ๆ ด้าน มีการส่งเสริมด้านการศึกษา สาธารณสุขการจัดสวัสดิการชุมชนที่มีมาตรฐาน ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน

          4. เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบมีการ

บูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วน และสามารถนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          5. เพื่อให้ประชาชน องค์กรภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาท้องถิ่นตามหลักธรรมาภิบาล

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา ประกอบด้วย ดังนี้

 

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

แนวทางการพัฒนา

1. ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถ

   ภาคเกษตรอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการ

   เกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

   เชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสังคม

   ให้มีคุณภาพ

 

 

 

 

 

 

1. พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปสินค้าภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า

2. ส่งเสริมอาชีพที่มีความต่อเนื่องจากภาคการเกษตรตามปรัชญา

   ของเศรษฐกิจพอเพียง

3. ส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น          

   ให้เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

4. การส่งเสริมการลงทุนในท้องถิ่น

5. การส่งเสริมภาคเกษตรกรรมแบบยั่งยืน

6. การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเกื้อหนุนภาคเกษตรกรรม

7. เพิ่มช่องทางด้านการตลาดสินค้าภาคการเกษตร

 

1. ปรับปรุง ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งท่องเที่ยว        

   เชิงวัฒนธรรมให้มีความโดดเด่น

2. ส่งเสริมด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว          

   ที่เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของพื้นที่ต่าง ๆ

3. เสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรด้านการท่องเที่ยว        

    เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรองรับการท่องเที่ยว        

   และประชาคมการท่องเที่ยวอาเซียน

4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว

5. ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นประเพณีพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น

   ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น

 

1. ส่งเสริมชุมชนสู่สุขภาวะที่ดีด้วยการบูรณาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  

    และส่งเสริมด้านการสมานฉันท์

2. สร้างสังคมสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนด้วยกลไกการศึกษา

   และการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเข้าถึงและต่อเนื่อง

3. เตรียมความพร้อมของชุมชนสู่อาเซียน

4. พัฒนาระบบบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ

5. การจัดสวัสดิการสังคมที่ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการพัฒนา

6. สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความภาคภูมิใจในการเป็นคนพัทลุง        

 ให้แก่ เด็ก เยาวชน และประชาชนในทุกระดับ

7. การส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น  

    การอนุรักษ์อัตลักษณ์ที่ดีงามของท้องถิ่น โดยเน้นชุมชนมีส่วนร่วม

8. เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนภัยธรรมชาติ            

   และการมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน

9. พัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในการประกอบอาชีพให้ได้มาตรฐาน

 

  

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

แนวทางการพัฒนา

4. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ                  

   และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ                      

   และสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

5. ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็ง              

    และการบริหารจัดการที่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6. นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

 

 

1. พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำที่เน้นโครงข่ายและการบริหารการใช้น้ำ

    ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว

2. พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเสียและมลพิษจากขยะมูลฝอย

   แบบยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

3. ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันอนุรักษ์

    ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

 

1. พัฒนาศักยภาพของบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น          

    ให้มีขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน

2. เสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการภาครัฐด้วยกลไก              

    การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี              

    ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและความพึงพอใจ

3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน/ท้องถิ่น ในการร่วมคิด ร่วมทำ

   ร่วมรับผิดชอบต่อท้องถิ่น

4. ส่งเสริมการจัดระบบบริการสาธารณะร่วมกันในเขตจังหวัด

5. ส่งเสริมระบบการจัดหารายได้ของท้องถิ่น

6. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและเหมาะสม

 

1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

2. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

3.   การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในองค์กรภาครัฐ

4. การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

5. การพัฒนาบทบาทสตรี

6. ส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย

 

 

๑.      ยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๒.๑ วิสัยทัศน์

“ชุมชนเข้มแข็ง สิ่งแวดล้อมน่าอยู่   บูรณาการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานพัฒนา ส่งเสริมงานศาสนาวัฒนธรรม น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

๒.๒ ยุทธศาสตร์การพัฒนา

๑. ยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข

๒. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสร้างสังคมให้มีคุณภาพ

๓. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

 

๒.๓ เป้าประสงค์

                   ๑. สืบสานและอนุรักษ์ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

๒. เพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มสินค้า ลดต้นทุนการผลิต

๓. ประชาชนกีฬาและนันทนาการอย่างทั่วถึงและชุมชนมีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม

๔. ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณสุข และได้รับการพัฒนาสุขภาวะครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิต สังคมและปัญญา

 

๒.๔ ตัวชี้วัด

๑. เส้นทางคมนาคมได้มาตรฐาน

๒. จำนวนไฟฟ้าสาธารณะที่เพิ่มจำนวนขึ้น

๓. การจัดการระบบน้ำประปา สะอาด มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ

๔. จำนวนที่ลดลงของอบายมุขในสังคม

๕. จำนวนการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๖. จำนวนการได้รับการพัฒนาสุขภาวะครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิต สังคมและปัญญา

 

๒.๕ ค่าเป้าหมาย

          ๑. เส้นทางคมนาคมได้รับการพัฒนามีมาตรฐานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ ๒ สาย

          ๒. ระบบไฟฟ้าสาธารณะได้รับการขยายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ ๒ สาย

          ๓. ระบบการจัดการน้ำประปาได้รับการพัฒนามาตรฐานครบร้อยเปอร์เซ็นต์

          ๔. กิจกรรมสร้างจิตสำนึกการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า ๒               กิจกรรมต่อปี

          ๕. กิจกรรมการพัฒนาสุขภาวะไม่น้อยกว่า ๒ กิจกรรมต่อปี

 

๒.๖ กลยุทธ์

๑. พัฒนาด้านงานบริการสาธารณะ

                   ๒. สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม

๓. การอนุรักษ์ สืบทอดประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

๔. การบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ

๕. การควบคุมมลพิษจากขยะ น้ำเสีย ฝุ่นละอองและเสียง

๖. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารของท้องถิ่น

๗. การสร้างธรรมาภิบาลขององค์กร

 

3. การวิเคราะห์เพื่อพัฒนาท้องถิ่น

๓.๑ การวิเคราะห์กรอบการจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                   ผลการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของประชาชนซึ่งมีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นที่มีความจำเป็นต่อการกำหนดทิศทางในการพัฒนาให้ได้ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่และตามสภาพปัญหาตามความเป็นจริง

ประเด็นการพัฒนา

ขอบข่ายและปริมาณของปัญหา

พื้นที่เป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย

การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค

1. ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

1.1 ถนนหนทางบางสายไม่ได้มาตรฐานตามความจำเป็นใช้

1.2 การคมนาคมเพื่อการเกษตร ถนนหนทางยังเป็นที่เพียงพอ

 

2. ปัญหาด้านระบบน้ำ

2.1 ปัญหาการจัดการน้ำประปายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

 

2.2 แหล่งน้ำธรรมชาติยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชาชนในพื้นที่เขาหัวช้างและผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา

 

 

 

 

 

 

 

ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

การคมนาคมสะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน สามารถใช้เส้นทางเพื่อการเดินทาง การเกษตร การท่องเที่ยวได้

 

 

 

ประชาชนมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค เป็นที่เพียงพอและสะอาด ปลอดภัย

 

ผู้ใช้น้ำสามารถใช้น้ำได้อย่างเพียง ทั่งถึง

 

2.2 ระบบไฟฟ้า ยังไม่เป็นที่ทั่วถึง โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าสาธารณะ

 

 

ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

ระบบไฟฟ้าสาธารณะตามถนนหนทางทั่งถึง ปลอดภัย ลดปัญหาอาชญากรรม

 

  

 

ประเด็นการพัฒนา

ขอบข่ายและปริมาณของปัญหา

พื้นที่เป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย

การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

 

2. ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต

1. ปัญหาทางด้านสังคม

1.1 ปัญหาครอบครัวขาดการเอาใจใส่การดูแลครอบครัว

 

1.2 ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักในวัยเด็กและในชุมชน

 

1.3 ปัญหาเด็กและเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกัน

 

1.4 ปัญหาการเพิ่มขึ้นของอบายมุขและปัญหาแตกแยกในสังคม

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

เด็ก เยาวชนและประชาชนในตำบล

 

 

 

 

 

เด็ก เยาวชนและประชาชนในตำบล

 

 

เด็ก เยาวชนและประชาชนในตำบล

 

 

 

 

เด็ก เยาวชนและประชาชนในตำบล

ปัญหาทางด้านสังคมนั้นเป็นปัญหาที่มีความรุนแรง การไม่รีบแก้ไขปัญหาจะทำให้สังคมอ่อนแอ เกิดความแตกแยก ชุมชนต่างคนต่างอยู่ ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องช่วยกันลดปัญหาจะทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น

3.การพัฒนาการบริหารจัดการองค์กร

1. การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนยังอยู่ในระดับน้อยและยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการ

 

 

 

 

 

 

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของประชาชนเป็นไปได้ยากขึ้นเพราะประชาชนขาดการมีส่วนร่วมและขาดกระบวนการตรวจสอบ

ประเด็นการพัฒนา

ขอบข่ายและปริมาณของปัญหา

พื้นที่เป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย

การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

 

4. ด้านเศรษฐกิจ

ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพการเกษตร ราคาการเกษตรไม่แน่นอน ทำให้รายได้ไม่แน่นอน ส่งผลต่อการดำรงชีวิตให้คนในสังคม รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เกิดปัญหาการลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่

 

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

เกษตรกร ประชาชนผู้สนใจ ผู้ว่างงาน

 

 

 

ในอนาคตราคาพืชผลการเกษตรไม่ค่อยมีราคา จำเป็นต้องสร้างรายได้เพิ่มให้คนในชุมชน ผ่านการสร้างอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับคนในสังคม

5.การพัฒนาการศึกษาทางเลือกให้คนในชุมชน

1. เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนยังไม่มีทางเลือกมากนักในการจัดการเรียนรู้ให้คนในชุมชนสังคม ส่งผลให้ชุมชนสังคมขาดโอกาสการเข้าถึงข้อมูล การพัฒนาตนเอง สังคม ทำให้สังคมชุมชนสังคมอ่อนแอ

 

 

 

 

 

 

 

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การสร้างชุมชนให้เข้มแข็งน่าอยู่นั้นต้องสร้างการเรียนรู้ให้คนในชุมชนสังคม เพราะสถานการณ์การเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องสร้างภูมิคุมกันที่ดีให้คนในสังคม

               

  

ประเด็นการพัฒนา

ขอบข่ายและปริมาณของปัญหา

พื้นที่เป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย

การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

 

6. ปัญหาด้านสุขภาพ

ปัญหาด้านสุขภาพ เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคนในชุมชนเกือบทุกช่วงวัย ตั้งแต่เกิด เด็ก ผู้สูงอายุ จนตาย เมื่อสุขภาพไม่ดีคนในชุมชนอ่อนแอ ย่อมเป็นปัญหาต่อการพัฒนาสังคมชุมชนต่อไป

 

พื้นที่เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

 

 

ผู้คนทุกช่วงวัยในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง

 

 

 

การพัฒนาด้านสุขภาพนั้นจำเป็นต้องบริหารจัดการในทุกช่วงวัย เพราะเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาในทุกๆด้านที่จะตามมา

 

          ผลการวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาในปัจจุบันและโอกาสการพัฒนาในอนาคตของท้องถิ่นด้วยเทคนิค SWOT

เป็นการประเมินโดยวิเคราะห์ถึงโอกาส และภาวะคุกคามหรือข้อจำกัด อันเป็นภาวะแวดล้อมภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดเป็นการประเมินสถานภาพของท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยเป็นการตอบคำถามว่า “ปัจจุบันท้องถิ่นอยู่จุดไหน” สำหรับใช้เป็นประโยชน์ในการกำหนดการดำเนินงานในอนาคตต่อไป ทั้งนี้โดยใช้เทคนิค SWOT analysis การพิจารณาถึงปัจจัยภายใน ได้แก่ จุดแข็ง (Strength-S) จุดอ่อน (Weak-W) และปัจจัยภายนอกได้แก่โอกาส (Opportunity-O) และอุปสรรค (Threat-T) เป็นเครื่องมือ

จุดแข็ง (Strengths -S)

  1. 1.สภาพพื้นที่ของเทศบาลตำบลเขาหัวช้างมีพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการทำการเกษตรที่สมบูรณ์
  2. 2.ผู้บริหารเทศบาลเน้นการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนา และยึดถือแนวทางบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ
  3. 3.ประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทศบาล ผ่านการเข้าร่วมประชุมต่างๆและการร่วมกิจกรรมต่างๆของเทศบาลโดยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นมากขึ้น
  4. 4.พื้นที่ของเทศบาลตำบลเขาหัวช้างมีปราชญ์ที่มีความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายด้านซึ่งสามารถใช้ประโยชน์โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ของประชาชน ทำให้เกิดการสร้างอาชีพ พัฒนาทักษะให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ
  5. 5.มีบุคลากรมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญทางวิชาการในการดำเนินโครงการกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  6. 6.ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความรักความสามัคคีในการจัดกิจกรรมด้านต่างๆในชุมชนเช่นงานประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  7. 7.มีการสื่อสารกับชุมชนผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน มีศักยภาพด้านสื่อสารข้อมูลข่าวสาร
  8. 8.เทศบาลมีทรัพยากรภายในองค์การมีความพร้อมพอสมควรในการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่
  9. 9.ผู้นำทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และส่วนราชการ ได้มีบทบาทในการเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น

 

จุดอ่อน (Weaknesses-W)

  1. 1.กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนยังไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ทำให้ประเด็นการพัฒนาและทิศทางการพัฒนายังไม่มีความชัดเจนจากภาคชุมชน
  2. 2.การจัดน้ำในพื้นที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แหล่งน้ำธรรมชาติยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่ ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภค และบริโภค ตลอดจนน้ำเพื่อการเกษตร
  3. 3.การบริหารจัดการเทศบาลยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ยังไม่สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน

 

๓.๒ การประเมินสถานการณ์สภาพแวดล้อมภายนอกที่เกี่ยวข้อง

โอกาส (Opportunities-O)

  1. 1.ระเบียบกฎหมายการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอื้อต่อการพัฒนาและพึ่งตนเองสามารถตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้เองโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ย่อมมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบาย การปกครอง การบริหาร การจัดบริการสาธารณะที่มีความหลากหลาย การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลังและมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ
  2. 2.พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ในท้องถิ่น โดยที่หน่วยงานราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผนการกระจายอำนาจ 6 ด้าน ทำให้เทศบาลมีโอกาสได้รับการจัดสรรทั้งงบประมาณ การฝึกอบรมความรู้ ศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ดูแล ป้องกันและแก้ไขเพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาความเร่งด่วนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. 3.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน กระตุ้นให้ชุมชนพึ่งตนเอง
  4. 4.รัฐบาลมีแนวนโยบายการส่งเสริม การมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น
  5. 5.มีการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในภาครัฐ เน้นประสิทธิภาพ ประหยัด เป็นธรรม โปร่งใส เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมคิด ตัดสินใจ และร่วมรับผลประโยชน์
  6. 6.รัฐบาลมีการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา ปลูกฝังค่านิยม อยู่แบบพอเพียงให้แก่ประชาชน
  7. 7.การขอรับการสนับสนุนงบประมาณกรณีโครงการเร่งด่วนและโครงการเกินศักยภาพ              มีหลายช่องทาง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัด กรมที่สังกัดและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

อุปสรรคหรือข้อจำกัด (Threats-T)

  1. 1.ความไม่แน่นอนทางนโยบายของภาคการเมืองระดับชาติซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  2. 2.งบประมาณการพัฒนาส่วนท้องถิ่นยังน้อย ยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาเทศบาล
  3. 3.ระเบียบข้อกฎหมายบางฉบับไม่เอื้อต่อการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  4. 4.ภัยธรรมชาติส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
  5. 5.วิกฤตธรรมชาติ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสงผลกระทบต่อราคาสินค้าการเกษตรและการครองชีพของประชาชนโดยรวม
  6. 6.การกระจายอำนาจและการกระจายงบประมาณของรัฐบาล ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาท้องถิ่น

งบประมาณรายจาย

งบประมาณรายจาย1

งบประมาณรายจาย2