tavirak11

 

นายทวีรักษ์  เอียดฤทธิ์

นายกเทศมนตรี

patchari2

 

นางพัชรี  ทองพันชั่ง

ปลัดเทศบาล

ผลการดำเนินงาน

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม....

079032
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม 22/3/2559
278
353
971
75997
3288
7840
79032

Your IP: 18.212.93.234
Server Time: 2018-12-11 14:28:29

 

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต ๔ ปี

พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔

เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง  อำเภอตะโหมด   จังหวัดพัทลุง

 

 

บทนำ

 

๑. การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดทุจริตในองค์กร

 

                 การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบ่งชี้ความเสี่ยงของการทุจริตที่มีอยู่ในองค์กรโดยการประเมินโอกาสการทุจริตที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต เพื่อพิจารณาว่าการควบคุมและการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่

 

                การทุจริตในระดับท้องถิ่น พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของทุจริตในระดับท้องถิ่น ได้แก่ การกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าโดยหลักการแล้วการกระจายอำนาจมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้บริการต่างๆของรัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติทำให้แนวโน้มของการทุจริตในท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

 

                 ลักษณะการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกเป็น ๗ ประเภท ดังนี้

 

๑)      การทุจริตด้านงบประมาณ การทำบัญชี การจัดซื้อ จัดจ้าง และการเงินการคลัง ส่วนใหญ่เกิดจากการละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

๒)      สภาพหรือปัญหาที่เกิดจากตัวบุคคล

 

๓)      สภาพการทุจริตอันเกิดจากช่องว่างของกฎระเบียบและกฎหมาย

 

๔)      สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดคุณธรรมจริยธรรม

 

๕)      สภาพหรือลักษณะปัญหาที่เกิดจากการขาดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

 

๖)      สภาพหรือลักษณะของปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการตรวจสอบ ขาดความหลากหลายในการตรวจสอบชองภาคส่วนต่างๆ

 

๗)      สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจาก อำนาจ บารมี และอิทธิพลท้องถิ่น

 

                สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสรุปประเด็นได้   ดังนี้

 

                  ๑) โอกาส แม้ว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแต่พบว่า ยังคงมีช่องว่างที่ทำให้เกิดโอกาสของการทุจริต ซึ่งโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการบังคับใช้ กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง กฎหมาย กฎระเบียบไม่รัดกุม และอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงก็เป็นอีก โอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริต

 

                 ๒) สิ่งจูงใจ เป็นที่ยอมรับว่าสภาวะทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม สังคมทุนนิยม ทำให้คน ในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การสร้างความร่ำรวย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มที่จะทำพฤติกรรมการ ทุจริตมากยิ่งขึ้น

 

                   ๓) การขาดกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใส การทุจริตในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการทุจริตในเชิงนโยบายที่ทำให้การทุจริตกลายเป็นความชอบธรรมในสายตาของประชาชน ขาด กลไกการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตของ บุคคลเหล่านี้

 

                  ๔) การผูกขาด ในบางกรณีการดำเนินงานของภาครัฐ ได้แก่ การจัดซื้อ-จัดจ้าง เป็นเรื่องของการ ผูกขาด ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ในบางครั้งพบบริษัทมีการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิในการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ รูปแบบของการผูกขาด ได้แก่ การ ผูกขาดในโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

 

                               ) การได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ความไม่พอถือเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทําให้ข้าราชการมีพฤติกรรมการทุจริต เพราะความต้องการที่จะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทําให้เจ้าหน้าที่ ต้องแสวงหาช่องทางเพื่อเพิ่ม “รายได้พิเศษ” ให้กับตนเองและครอบครัว

 

         ๖) การขาดจริยธรรม คุณธรรม ในสมัยโบราณ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่ได้รับการเน้นเป็น พิเศษถือว่าเป็นเครื่องวัดความดีของคน แต่ในปัจจุบัน พบว่า คนมีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวบาป น้อยลง และมีความเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น มองแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะยึดผลประโยชน์ ส่วนรวม

 

         ๗) มีค่านิยมที่ผิด ปัจจุบันค่านิยมของสังคมได้เปลี่ยนจากยกย่องคนดี คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น ยกย่องคนที่มีเงิน คนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีค่านิยมที่ผิด เห็นว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นคนซื่อเป็นคนเซ่อ เห็นคนโกงเป็นคนฉลาด ย่อมจะทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยไม่มีความละอายต่อบุญและบาป และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง


๒.หลักการเหตุผล

 

              ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรง และสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เป็นปัญหา ลําดับต้น ๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นทุกภาคส่วน ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาคราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักถูกมองจาก ภายนอกสังคมว่าเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นและมักจะปรากฏข่าวการทุจริตตามสื่อและรายงาน ของทางราชการอยู่เสมอ ซึ่งได้ส่งผลสะเทือนต่อกระแสการกระจายอำนาจและความศรัทธาต่อระบบการ ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นมีผลในเชิงลบ สอดคล้องกับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index – CPI) ซึ่งเป็น เครื่องมือที่ใช้ประเมินการทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – IT) พบว่า ผลคะแนนของประเทศไทยระหว่างปี 2555 – 2558 อยู่ที่ 35 - 38 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 100 โดยในปี 2558 อยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในประเทศ อาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย และล่าสุดพบว่าผลคะแนนของประเทศไทยปี 2559 ลดลง 3 คะแนน จากปี 2558 ได้ลําดับที่ 101 จาก 168 ประเทศ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชั่นอยู่ในระดับสูง แม้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการป้องกัน การทุจริต ไม่ว่าจะเป็น การเป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention Against Corruption-UNCAC) พ.ศ. 2546 การจัดตั้งองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้ว 3 ฉบับ แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยไม่ได้มีแนวโน้ม ที่ลดน้อยถอยลง สาเหตุที่ทำให้การทุจริตเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยประกอบด้วยปัจจัยทางด้านพื้นฐาน โครงสร้างสังคม ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แนวดิ่ง (Vertical Relation) หรืออีกนัยหนึ่งคือ พื้นฐานของสังคมอุปถัมภ์ที่ทําให้สังคมไทยยึดติดกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในหมู่ญาติพี่น้องและ พวกพ้อง ยึดติดกับกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ติดความสบาย ยกย่องคนที่มีเงินและมีอํานาจ คนไทยบางส่วน มองว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต หรือกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวัฒนธรรมไทยไปแล้ว ผนวกกับปัจจัยทางด้านการทํางานที่ไม่ได้ บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน จึงส่งผลให้การทำงานของกลไกหรือความพยายามที่ได้กล่าวมา ข้างต้นไม่สามารถทําได้อย่างเต็มศักยภาพ ขาดความเข้มแข็ง

 

                      ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ใช้อยู่เป็นฉบับที่ 3 เริ่มจากปี พ.ศ. 2560 จนถึงปี พ.ศ. 2564 ซึ่งมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม เป็นสังคมมิติใหม่ ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชน ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีและ เกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งการที่ระดับคะแนนจะ สูงขึ้นได้นั้น การบริหารงานภาครัฐต้องมีระดับธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องมี พฤติกรรมแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตประพฤติมิชอบ โดยได้กำหนด ยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 3 สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 5 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต

 

                ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index: CPI)

 

                      ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังเกิดผลเป็น รูปธรรมในทางปฏิบัติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะ ที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหาร จัดการที่มีความโปร่งใส สร้างค่านิยม วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืนจึงได้ดำเนินการจัดทำ แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านโครงการ/กิจกรรม/มาตรการต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อันจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมี ประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างแท้จริง เทศบาลตำบลหนองสรวง  จึงได้จัดแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตเพื่อเป็นมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา การทุจริตประพฤติมิชอบภาครัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการป้องกันการทุจริตของเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นให้การดำเนินการป้องกันการทุจริตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบราชการที่มีความโปร่งใส จัดระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ความคุ้มค่า เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและสนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วม ในการรณรงค์ และปลูกจิตสานึกค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

 

                เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการพัฒนาคุณธรรมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันการทุจริต ๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔) เพื่อเป็นแผนปฏิบัติการในการดำเนินการเรื่องโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Integrity and Transparency Assessment-ITA) อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ให้สามารถทำงานด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม โดยประชาชนมีส่วนร่วม สามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรับผิดชอบ ตลอดจนสามารถตรวจสอบได้

 

. วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน

 

                 ๑) เพื่อยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น

 

                 ๒) เพื่อยกระดับจิตสำนึกรับผิดชอบในผลประโยชน์ของสาธารณะของข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงประชาชนในท้องถิ่น

 

                  ๓) เพื่อให้การบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance)

 

                  ๔) เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม (people's participation) และตรวจสอบ (People’s audit) ของภาคประชาชนในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

                 ๕) เพื่อพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


. เป้าหมาย 

                  ๑) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึง ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนท้องถิ่นปราศจากการก่อให้เกิดข้อสงสัยในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรการจริยธรรม การขัดกัน แห่งผลประโยชน์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 

                  ๒) เครื่องมือ/มาตรการการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติ มิชอบ ของข้าราชการ 

                  ๓) โครงการ/กิจกรรม/มาตรการที่สนับสนุนให้สาธารณะและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและ ตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

                  ๔) กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นที่มีเข้มแข็งในการตรวจสอบ ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างเหมาะสม 

                  ๕) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน


. ประโยชน์ของการจัดทำแผน 

                  ๑) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึง ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักท้องถิ่นของตนเอง อันจะนำมาซึ่งการสร้างค่านิยม และอุดมการณ์ในการ ต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption) จากการปลูกฝังหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล รวมถึงหลัก เศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน 

                  ๒) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารราชการเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ 

                  ๓) ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจรวมถึงร่วมตรวจสอบในฐานะพลเมืองที่ มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต 

                  ๔) สามารถพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต 

                  ๕) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้าน การป้องกันการทุจริต อันจะส่งผลให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจและให้ความร่วมมือกันเป็น เครือข่ายในการเฝ้าระวังการทุจริตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน


 

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ. 25๖๑ – 25๖๔)

ของ เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง

มิติที่ ๑ การสร้าง
สังคมที่ไม่ทนต่อ
การทุจริต

ภารกิจตามมิติ

โครงการ/ กิจกรรม/ มาตรการ

ปีงบประมาณ

หมายเหตุ

๒๕๖๑

๒๕๖๒

๒๕๖๓

๒๕๖๔

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

งบประมาณ (บาท)

1.๑ การสร้างจิตสํานึกและความตระหนักแก่บุคลากรทั้งข้าราชการ
การเมืองฝ่ายบริหารข้าราชการการเมือง
ฝ่ายสภาท้องถิ่น และ
ฝ่ายประจําขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๑. มาตรการการบริหารงาน ตามหลักธรรมาภิบาล

ไม่ใช้งบประมาณ

๒. มาตรการการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรม

 

 

 

 

 

.มาตรการประชุมประจำเดือนเสริมคุณธรรม

ไม่ใช้งบประมาณ

๔ .โครงการส่งเสริม คุณธรรมและจริยธรรมในการ ป้องกันการทุจริต

ไม่ใช้งบประมาณ

๕.โครงการฝึกอบรม คุณธรรม จริยธรรม แก่ ผู้บริหาร สมาชิกสภา และ พนักงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

 

๖. มาตรการ “ส่งเสริม การปฏิบัติงานตามประมวล จริยธรรมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

ไม่ใช้งบประมาณ

๗.มาตรการ “เสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน การต่อต้านการทุจริต”

ไม่ใช้งบประมาณ

๘.โครงการเสริมสร้าง ความซื่อสัตย์ สุจริต และ ปลูกฝังทัศนคติ วัฒนธรรมที่ดี ในการต่อต้านการทุจริต

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

๙.กิจกรรมให้ความรู้ เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ให้กับบุคลากรขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

 

ไม่ใช้งบประมาณ

๑๑. มาตรการ “ปลูกฝัง องค์ความรู้ให้มีความเข้าใจ เกี่ยวกับ Conflict of Interest”

ไม่ใช้งบประมาณ

1.2 การสร้าง
จิตสํานึกและความ
ตระหนักแก่
ประชาชนทุกภาค
ส่วนในท้องถิ่น

1) ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สี เขียว ลดภาวะโลกร้อน ในเขต พื้นที่ขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

2) โครงการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยว พัฒนา และปรับปรุงภูมิทัศน์ ในชุมชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

3) โครงการปลูกผักริมรั้ว

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

4) โครงการสร้างอาชีพ สร้าง รายได้ ตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียง

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

1.3 การสร้าง
จิตสํานึกและความ
ตระหนักแก่เด็กและ
เยาวชน

1) โครงการค่ายทักษะชีวิตเด็กเยาวชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

2) โครงการสภาเด็กและเยาวชน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

3) โครงการอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

4) โครงการอบรมจริยธรรมเสาร์ -อาทิตย์

,๐๐๐

,๐๐๐

,๐๐๐

,๐๐๐

 

5) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทาง สังคมให้เด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กิจกรรม “โตไปไม่โกง”)

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

๑๐,๐๐๐

 

6) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทาง สังคมให้เด็กและเยาวชนตําบลหนองสรวง (กิจกรรม “ส่งเสริมการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”)

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐

๒๐,๐๐๐